ในวงการนาฬิกามีท่าที่เห็นจนชินอยู่ท่าหนึ่ง คือผู้ชายที่ "เลิกเล่นสะสมมาแล้ว" แล้วหันมาใส่เรือนเดียวที่ลงตัว มักจะเป็นของแพงแบบไม่ต้องป่าวประกาศ แล้วก็คอยบอกให้รู้ว่านี่แหละคือนาฬิกาเรือนเดียวที่เขาต้องการ คนชอบมองว่านี่คือจุดสูงสุดของคนที่เข้าใจชีวิต เป็นวุฒิภาวะที่พวกเราที่เหลือควรไปให้ถึง ผมว่ามันตรงข้ามเลย มันคือการ flex ที่ดังที่สุดเท่าที่จะหาได้ แค่ฟอกผ่านภาษาของความพอเพียง
คนที่มีนาฬิการาคาจับต้องได้เรียงเป็นถาดแล้วหมุนใส่เล่นไปเรื่อยๆ ก็แค่กำลังสนุกกับงานอดิเรก ส่วนสายมินิมอลนาฬิกาเรือนเดียวจ่ายเงินเท่ากันหรือมากกว่า เพื่ออัดทุกอย่างลงในของชิ้นเดียวที่ชี้ได้ว่าเป็นหลักฐานว่าเขาเลยจุดที่ต้องแคร์มาแล้ว ซึ่งมันก็เป็นการแคร์ที่มากจนแปลกอยู่นะ "ผมมีเรือนเดียวก็พอ" จะกลายเป็นคำประกาศได้ก็ต่อเมื่อเรือนนั้นแพงพอจะทำให้ประโยคนี้คุ้มที่จะพูด ไม่มีใครยกนาฬิกา Casio ระบบ quartz เรือนเดียวขึ้นมาประกาศเป็นปรัชญาชีวิตหรอก
ความพอเพียงที่ต้องมีคนดูมันไม่ใช่ความพอเพียง มันคือระบบส่งสัญญาณสถานะแบบเดิมที่มีประสิทธิภาพกว่าเดิม นักสะสมอย่างน้อยก็ยอมรับว่าตัวเองกำลังเล่นเกมนี้อยู่ ส่วนปราชญ์นาฬิกาเรือนเดียวก็เล่นเหมือนกัน แล้วการแกล้งทำเป็นว่าเกมนี้มันต่ำกว่าระดับตัวเอง ก็เป็นส่วนหนึ่งของหมากที่เดินอยู่นั่นแหละ