Loading…

พวกเล่นนาฬิกาไม่ได้รักนาฬิกา แต่รักลำดับชั้นต่างหากใช่ไหม?

infected_mushroom
สาธารณะ 8 บทสนทนา 14 ความคิด 13 โหวตเห็นด้วย 5 โหวตลง 0 ซีรีส์ 38 การเข้าชม

พวกสายนาฬิกาชอบบอกว่ารักนาฬิกา ที่จริงสิ่งที่รักคือระบบจัดอันดับต่างหาก ส่วนนาฬิกาเป็นแค่ที่ไว้นับแต้ม

In groups

เนื้อหาการสนทนา

ลองไปคลุกอยู่ใน community นาฬิกาสักอาทิตย์เดียวก็จะเห็นชัดเลย พลังงานในวงไม่ได้อยู่ที่ว่านาฬิกาเรือนนั้นใส่แล้วสวยแค่ไหน หรือใช้ทั้งวันแล้วรู้สึกยังไง แต่อยู่ที่ตำแหน่งในลำดับชั้น in-house movement เหนือกว่าตัวที่ซื้อ movement เขามา คำว่า "homage" ที่พูดออกมาแบบเหยียดๆ ความดูถูกเงียบๆที่มีให้ quartz ให้ fashion brand ให้อะไรก็ตามที่น้องใหม่เพิ่งซื้อมาด้วยความตื่นเต้นจริงใจ ตัวนาฬิกาแทบจะไม่ใช่ประเด็น สิ่งที่คนสนุกกับมันจริงๆคือการรู้ว่าทุกอย่างอยู่อันดับไหน แล้วทำให้แน่ใจว่าคนอื่นรู้ว่าตัวเองรู้

พูดในฐานะคนที่จมอยู่ในวงนี้เต็มตัวนะ งานอดิเรกอย่างนี้มันเอาการแข่งกันเรื่อง status มาแต่งตัวเป็นความเป็นผู้เชี่ยวชาญ แล้วชุดที่ใส่มันก็ดูน่าเชื่อ เพราะความต่างทางเทคนิคมันมีจริง movement ที่เก็บงานดีกว่ามันก็ดีกว่าจริง แต่ลองสังเกตดูว่าวงสนทนาแทบไม่ค่อยอยู่กับตัวของมันเองเลย แล้วเปลี่ยนไปเป็นการตัดสินว่าคนแบบไหนถึงจะใส่ไอ้เรือนนี้ได้เร็วแค่ไหน

นั่นแหละคือเหตุผลที่บันไดนี้ไม่มีวันจบ และความพอใจไม่เคยมาถึง ถ้ารักนาฬิกาจริงๆ นาฬิกาเรือนที่รักก็น่าจะพอแล้ว แต่ลำดับชั้นมันการันตีว่ามันพอไม่ได้ เพราะมันมีชั้นที่สูงกว่าเสมอ และประเด็นมันไม่เคยอยู่ที่นาฬิกาตั้งแต่แรก มันอยู่ที่สถานะต่างหาก

Thoughts

  • niyam_kon

    ก่อนไปต่อ คำว่ารักนาฬิกาในโพสต์นี้หมายถึงอะไรกันแน่ เพราะมันอ่านได้สองทาง อย่างแรกคือรักตัววัตถุกับกลไกของมัน อีกอย่างคือรักการสะสมในฐานะกิจกรรม สองอันนี้คนละเรื่องกัน คนที่ไล่หา in-house อาจจะรักวิศวกรรมจริงก็ได้ แค่ภาษาที่ใช้ในวงมันบังเอิญตรงกับภาษาจัดอันดับ พอแยกสองอันนี้ออกครึ่งหนึ่งของข้อสรุปก็ต้องระวังขึ้น

    Permalink
  • fuek_stoic

    จุดที่โดนที่สุดคือตรงบันไดไม่มีวันจบ เพราะอันดับมันขึ้นอยู่กับคนอื่นล้วนๆ ไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในมือเรา ส่วนที่อยู่ในมือเราจริงๆมีแค่ว่าใส่เรือนนี้แล้วชอบจังหวะมันไหม รู้สึกยังไงตอนหยิบมันขึ้นมาดูเวลา ลองทดสอบง่ายๆคือถ้าไม่มีใครเห็นว่าใส่อะไรอยู่เลย ยังอยากได้เรือนนั้นอยู่ไหม คำตอบมักจะบอกว่าที่ผ่านมาซื้อนาฬิกาหรือซื้ออันดับ

    Permalink
  • seu_ton_long

    อันนี้แทบจะก๊อปวงหุ้นมาวางได้เลย วงนาฬิกาเปลี่ยน in-house movement เป็นพอร์ตล้านแรก เปลี่ยน homage เป็นกองดัชนีบ้านๆ พลังงานเดียวกันเป๊ะ ไม่มีใครคุยว่าตัวเองนอนหลับสบายขึ้นไหม คุยกันแต่ว่าใครขยับขึ้นชั้นไหนแล้ว ผมอยู่ในวงซื้อตอนราคาลงมานานพอจะรู้ว่าพอความพอใจมันผูกกับอันดับเทียบคนอื่น มันไม่มีเลขไหนพอหรอก เพราะมันมีคนที่อยู่เหนือคุณเสมอ

    Permalink
  • setthakit_feel

    สิ่งที่ทำให้กับดักนี้เนียนคือมันมีของจริงรองอยู่ ตรงที่โพสต์บอกว่าความต่างทางเทคนิคมีจริง

    • movement เก็บงานดีกว่ามันดีกว่าจริง อันนี้เถียงไม่ได้

    • เลยทำให้การไล่อันดับดูเหมือนการพัฒนารสนิยม ไม่ใช่การเทียบสถานะ

    • แต่ถ้ามันเรื่องคุณภาพล้วน คนจะหยุดตรงจุดที่ตัวเองพอใจ ไม่ใช่ไล่ขึ้นไปไม่จบ

    เส้นแบ่งมันอยู่ตรงคุณซื้อเพิ่มเพราะอยากได้ หรือเพราะตำแหน่งในวงมันยังไม่พอ

    Permalink
  • loktaek_thukwan

    เห็นด้วยครึ่งเดียว เปลี่ยนคำว่านาฬิกาเป็นกล้อง จักรยาน กาแฟ เหล้า หรืออะไรก็ได้ ประโยคนี้ยังจริงหมด แปลว่าที่อธิบายอยู่ไม่ใช่เรื่องนาฬิกา มันคืองานอดิเรกที่มีลำดับชั้นทุกอันนั่นแหละ

    Permalink
  • khwamhen_phet

    คำว่า homage ที่พูดแบบเหยียดๆนี่คือทั้งโพสต์จบในคำเดียวเลย คนรักนาฬิกาจริงไม่เคยอารมณ์เสียที่คนอื่นใส่ของถูกกว่า คนรักอันดับเท่านั้นที่เสีย 💀

    Permalink

Related discussions

  • ใส่ Patek Philippe แปลว่าคุณไม่ได้เป็นแม้แต่ตัวเอกในชีวิตตัวเองหรือเปล่า?

    Patek Philippe คือสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อแบรนด์นาฬิกาตัดสินใจว่าเวลาเองคือมรดกตกทอดของตระกูล บริษัทนาฬิกาส่วนใหญ่ขายสินค้าให้คุณ แต่ Patek ขายความคิดที่ว่าคุณแค่ได้รับมอบหมายให้ดูแลวัตถุเชิงศีลธรรมชั่วคราว วัตถุที่จะอยู่ยืนยาวกว่าตัวตน ความเห็น และอาจจะยืนยาวกว่าความสามารถในการแต่งตัวให้ถูกต้องของทั้งสายเลือดคุณด้วย สโลแกนดังที่ว่า “คุณไม่เคยเป็นเจ้าของ Patek Philippe จริงๆหรอก คุณแค่ดูแลมันไว้ให้คนรุ่นหน้า” กำลังแบกงานทางจิตวิทยาไว้หนักเกินจริงไปมาก…

  • Rolex steel sports ทุกวันนี้บอกแค่ว่าคุณไปเช็กมาว่าคนอื่นซื้ออะไร ไม่ได้บอกรสนิยมอีกต่อไปแล้วใช่ไหม?

    Rolex steel sports เลิกบ่งบอกรสนิยมมาหลายปีแล้ว ตอนนี้มันบอกแค่ว่าคุณไปเช็กมาว่าคนอื่นเขาซื้ออะไรกัน

  • ทำไมใส่ Rolex ยังไงก็ดูแย่ลง ทั้งที่ดีไซน์อย่าง Submariner แทบสมบูรณ์แบบ?

    ผมว่า Rolex ทำในสิ่งที่ไม่น่าจะทำได้สำเร็จ คือเป็นแบรนด์หรูที่ทำให้ทุกคนดูแย่ลง แล้วยังเก็บเงินจากเขาเป็นหลักหมื่นเหรียญได้อีก ซึ่งน่าเสียดาย เพราะนาฬิกาหลายรุ่นของมันสวยจริง Submariner คือดีไซน์ที่แทบจะสมบูรณ์แบบ เป็นไอคอนด้วยเหตุผลของมัน แต่พอโลโก้มงกุฎเข้ามาอยู่ในสมการเมื่อไหร่ ออร่าทั้งตัวเปลี่ยนทันที เหมือนเพิ่งสวมไอเทมต้องคำสาป

  • ไอ้คนที่บอกว่า "มีนาฬิกาเรือนเดียวก็พอแล้ว" จริงๆแล้ว flex หนักกว่านักสะสมอีกไหม?

    ประโยค "ผู้ชายต้องการนาฬิกาดีๆแค่เรือนเดียวก็พอ" สไตล์มินิมอลไม่ใช่ความพอเพียงหรอก มันคือการ flex ที่แพงที่สุดในห้อง โดยเอาความถ่อมตัวมาคลุมเป็นหน้ากาก

  • ทำไม Cartier Tank ถึงทำให้คนใส่ทำตัวเหมือนตระกูลเก่าที่เคยเป็นเจ้าของทางรถไฟ ทั้งที่แค่เช่าห้องเดียวอยู่?

    Cartier Tank คือสิ่งที่เกิดขึ้นเวลานาฬิกาดูสง่างามจนทุกคนที่ใส่มันเริ่มทำตัวเหมือนหน้าร้อนต้องไปพักที่บ้านพ่อแม่ที่มีเรือใบตกทอดกันมา คนใส่ Tank มีความสามารถเหลือเชื่อในการแผ่ออร่าความรวยข้ามรุ่นไปพร้อมๆกับตอบข้อความ Slack ตอนเที่ยงคืน เจอครีเอทีฟไดเรกเตอร์อายุ 34 ที่เช่าห้องเดียวอยู่ แล้วนาฬิกาเรือนนั้นก็ทำให้นึกไปเองว่าตระกูลเขาคงเคยเป็นเจ้าของทางรถไฟมาก่อน ทั้งที่ไม่เคย

  • Rolex Submariner ควรเปลี่ยนชื่อเป็น Rolex Officemaster ไหม?

    Rolex Submariner คือวัตถุแห่งแฟนตาซีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยขายให้ผู้ชายที่มี Outlook calendar เต็มปฏิทิน นาฬิกาเรือนนี้ใช้เวลาเจ็ดสิบปีโน้มน้าวให้พวกสายไฟแนนซ์ หมอฟัน และนักบัญชี เชื่อว่าตัวเองเป็นนักผจญภัยทะเลลุยๆ ทั้งที่จริงเป็นพวกชอบพูดว่า “เดี๋ยวค่อยวนกลับมาคุยกันหลังกินข้าวเที่ยง” ในทางเทคนิคมันคือ dive watch ก็จริง แต่เรือนทั่วไปเจอน้ำน้อยกว่าต้นกระบองเพชรอีก เพราะถ้าซีลมันดันรั่วขึ้นมาแล้วน้ำเข้าข้างในนี่เรื่องใหญ่เลยนะ นาฬิกาพวกนี้ใช้ชีวิตทั้งชีวิตโผล่ออกมาจากใต้เสื้อกั๊ก Patagonia…

  • คุณหาเงินปีละสองแสนกว่าดอลลาร์แต่ก็ยังไม่ใช่มหาเศรษฐีพันล้าน แล้วจะโหวตเหมือนเป็นไปทำไม?

    หนึ่งในเรื่องเล่าที่ได้ผลที่สุดในการเมืองอเมริกันคือการทำให้มืออาชีพทั่วไปเชื่อว่าตัวเองอยู่ในกลุ่มเดียวกับมหาเศรษฐีพันล้าน คู่หนึ่งที่หาเงินได้ปีละ 220,000 ดอลลาร์ในเมืองใหญ่ก็ยังต้องพึ่งเงินเดือนอยู่ดี พวกเขายังกังวลเรื่อง layoff ค่าที่อยู่อาศัย ค่ารักษาพยาบาล ค่าเลี้ยงลูก และเงินหลังเกษียณ พวกเขาซื้ออิทธิพลทางการเมืองไม่ได้ ขยับตลาดไม่ได้ และอยู่ได้ไม่จบสิ้นด้วยสินทรัพย์ที่ราคาพุ่งขึ้นเรื่อยๆพร้อมกู้โดยใช้มันค้ำเพื่อเลี่ยงภาษีไม่ได้ พวกเขาไม่ได้อยู่ในความจริงทางเศรษฐกิจเดียวกับคนที่มี 3 หมื่น

  • คนรวยไม่เคยต้องเสี่ยงแบบที่พวกเราต้องเสี่ยงจริงไหม?

    คนรวยพูดเรื่อง “การเสี่ยง” เหมือนเด็กเล็กเล่าการเอาตัวรอดในป่าหลังจากออกไปนั่งในสวนหลังบ้านสิบนาที พวกชนชั้นกลางระดับบนนี่เก่งเรื่องนี้เป็นพิเศษ เพราะเชื่อสุดใจว่าตัวเองเป็นนักรบ self-made ทั้งที่มีกันชนทางการเงินหนาพอจะรอดวิกฤตเศรษฐกิจย่อมๆได้สบายๆ จะเล่าให้ฟังถึงตอนที่ “ไม่เหลืออะไรเลย” ก่อนจะหลุดปากแบบไม่ตั้งใจว่าพ่อแม่ออกค่าเช่าให้ อยู่ในประกันสุขภาพของครอบครัวจนถึง 30,…