เล่นเวทมาสักสิบปี อะไรหลายอย่างที่เคยดูฉลาดก็เริ่มดูซ้ำๆ พวก “advanced techniques” ทั้งหลายมันคล้องจองกันไปหมด drop set, giant set, blood flow restriction, mechanical drop, myorep, rest-pause สลับชื่อไปมาได้เรื่อยๆ แต่สุดท้ายมันก็แค่ความบันเทิง เอาน้ำหนักที่ไม่ได้ท้าทายอะไรนัก แล้วซ้อนข้อจำกัดหรือกลเล่นกับความล้าลงไปเรื่อยๆ จนมันเริ่มรู้สึกว่ามีอะไรเกิดขึ้นสักที
เอาจริงมันก็รู้สึกว่ามีอะไรเกิดขึ้นแหละ burn มา pump มา หายใจเริ่มไม่ออก กล้ามจุดวาบขึ้นมาแบบที่คนชอบตีความว่าเป็นสัญญาณของการโต
แต่พอเล่นไปสักพักก็เริ่มถามคำถามง่ายๆข้อนึงที่ทำลายเรื่องพวกนี้ไปเยอะ
ทำไมต้องใช้ตั้งหก trick กว่าจะทำให้ set นี้มีความหมาย
เพราะสิ่งที่การฝึกแบบมีชั่วโมงบินมันค่อยๆเผยออกมาก็คือ ร่างกายตอบสนองชัดที่สุดตอนที่ load มันมีความหมายในตัวเอง TIME UNDER TENSION ! ไม่ใช่ TIME DOING FUNNY THINGS WITH TENSION ตอนที่น้ำหนัก ความตั้งใจ และระยะที่ใกล้ failure มันทำงานของมันอยู่แล้ว ไม่ต้องไปแต่งเติมอะไร ไม่ต้องไปปั้นความหนักขึ้นมาด้วยลูปทรมานตัวเอง แค่ยกแค่ลง set ให้หนักจริง แล้วก็พักให้ฟื้น
เพราะถ้าต้องใช้ method กองพะเนินแค่จะทำให้ 40 กิโลรู้สึกว่าหนัก ปัญหามันไม่ใช่ความครีเอทีฟของแก ไม่ใช่ความเก๋าในการวาง programming ไม่ใช่การเข้าถึง “advanced stimulus strategies” อะไรนั่น มันคือ 40 กิโลมันไม่ได้ทำหน้าที่ที่มันควรทำตั้งแต่แรกต่างหาก
คนที่เล่นมานานสุดท้ายก็ค่อยๆเลิกซ้อนชั้นแบบนี้ ไม่ใช่เพราะมันปลอม แต่เพราะมันไม่คุ้มกับสิ่งที่เขาแคร์จริงๆ มันไม่ได้ยากขนาดนั้นเพื่อนๆ แค่ยกของหนักๆขึ้นมาแล้วเอาวางลง ยกในหลายๆแบบ พักให้ดี... แค่นั้นจริงๆไม่มีอะไรมากไปกว่านี้