Loading…

prehab จริงๆแล้วก็แค่งานเก็บกวาดปัญหาที่ programming ห่วยๆสร้างไว้ ที่ปลอมตัวมาใช่ไหม?

Master_Of_Disaster
สาธารณะ 14 บทสนทนา 21 ความคิด 18 โหวตเห็นด้วย 2 โหวตลง 0 ซีรีส์ 42 การเข้าชม

prehab หลายอย่างก็แค่การมาเก็บกวาดปัญหาที่ programming ห่วยๆสร้างไว้ตั้งแต่แรก ไม่ได้จะบอกว่า rehab เป็นเรื่องหลอกนะ คนเจ็บมันเจ็บจริง และบางคนก็จำเป็นต้องทำงาน corrective ก่อนที่จะกลับมาฝึกปกติได้จริงๆ แต่ช่วงหลังเริ่มสังเกตว่าวัฒนธรรมยกเหล็กสมัยนี้เอาความผิดพลาดในการวางโปรแกรมที่คาดเดาได้อยู่แล้ว มาทำเป็นพิธีกรรมเฉพาะทาง แล้วขายกลับให้คนเป็นภูมิปัญญาขั้นสูง หัวไหล่นี่แหละตัวอย่างที่ชัดที่สุด

In groups

เนื้อหาการสนทนา

อุตสาหกรรมเก็บกวาด

prehab หลายอย่างก็แค่การมาเก็บกวาดปัญหาที่ programming ห่วยๆสร้างไว้ตั้งแต่แรก

ไม่ได้จะบอกว่า rehab เป็นเรื่องหลอกนะ คนเจ็บมันเจ็บจริง และบางคนก็จำเป็นต้องทำงาน corrective ก่อนที่จะกลับมาฝึกปกติได้จริงๆ แต่ช่วงหลังเริ่มสังเกตว่าวัฒนธรรมยกเหล็กสมัยนี้เอาความผิดพลาดในการวางโปรแกรมที่คาดเดาได้อยู่แล้ว มาทำเป็นพิธีกรรมเฉพาะทาง แล้วขายกลับให้คนเป็นภูมิปัญญาขั้นสูง หัวไหล่นี่แหละตัวอย่างที่ชัดที่สุด

ปัญหาหัวไหล่

คนเล่นเหล็กจำนวนมากใช้เวลาเป็นปีไล่ตามตัวเลขฝั่ง press ทั้ง bench, overhead press, dips, press อีก press หนักขึ้นอีก ส่วนงาน side-delt ตรงๆ, rear-delt, งานหลังส่วนบน, งาน external rotation พวกงานรักษาเสถียรน่าเบื่อทั้งหลาย กลับโดนมองเป็นของฟุ่มเฟือยหรือฝึกเอาสวย แล้วสุดท้ายหัวไหล่ก็เริ่มเจ็บ

อยู่ๆคนเดิมที่ข้าม lateral raises มาห้าปี ก็มีพิธี warmup ยาว 20 นาทีก่อนเล่น upper-body ทุกครั้ง

  • bands

  • external rotations

  • scap activation

  • cuff drills

  • mobility circuits

ถึงจุดหนึ่งก็เริ่มสงสัยว่านี่มันความลึกซึ้ง หรือแค่มาทวงหนี้ ก็แค่เล่น shoulder raises ของเอ็งให้ครบเถอะพวก

ถ้าการฝึกของเอ็งละเลยโครงสร้างที่ค้ำหัวไหล่มาหลายปี แล้วตอนนี้ต้องทำพิธีบำรุงรักษาทุกวันแค่จะให้ press ไหว นั่นไม่ได้แปลว่าเอ็งฉลาดขึ้นเสมอไป บางทีมันก็แค่แปลว่าโปรแกรมเดิมรอดมาได้พักหนึ่งก่อนบิลจะมาเก็บ prehab หัวไหล่หลายอย่างก็คืองานเก็บกวาดของการเล่นตาม ego

แล้วของแบบนี้ขายดีด้วยสิ “ทำหัวไหล่ให้แข็งแกร่งกันกระสุน” ฟังดูขั้นสูง warmup เฉพาะทางให้ความรู้สึกเหมือนความรู้วงใน ส่วน “เล่น rear delt กับหลังส่วนบนให้สม่ำเสมอ” ฟังดูน่าเบื่อจนปวดใจเมื่อเทียบกัน คนเลยข้ามของน่าเบื่อ แล้วค่อยไปซื้อแพ็กเกจซ่อมทีหลัง

แพทเทิร์น Knees-Over-Toes

นั่นก็เป็นเหตุที่โลกของ Ben Patrick ให้ความรู้สึกทั้งมีประโยชน์และน่าสงสัยนิดๆสำหรับเรา ชอบสิ่งที่เขาทำนะ ที่เน้น full range of motion มุมต่างๆ ท่าหลากหลายแบบ คนจำนวนมากก็ละเลยเนื้อเยื่อบางส่วน ช่วง range of motion และกล้ามรักษาเสถียรจริงๆ ปัญหาเริ่มตอนที่ไอเดีย corrective พื้นๆโดนห่อด้วยความแปลกใหม่แล้วขายเหมือนเป็นความรู้ลับ ไม่ต้องมาฟังเรื่อง Charles Poliquin ราวกับเขาเป็น Einstein ของวงการฟิตเนสหรอก มันไม่ได้ยากขนาดนั้นจริงๆ ทำให้กล้ามทุกมัดแข็งแรง รวมถึงมัดเล็กๆที่เรามองไม่ค่อยเห็นด้วย เล่นมันจากทุกมุม แก้จุดที่อ่อนแอ บางที “ความลับ” ก็แค่งานตรงๆที่ใส่ชุดปลอมตัวมา

มาตรฐานที่ง่ายกว่านั้น

มาตรฐานที่กลับมาคิดทุกทีมันง่ายมาก ก่อนจะเพิ่มพิธี corrective อีกอย่าง ลองถามตัวเองก่อนว่าโปรแกรมของเอ็งเคยฝึกกล้ามและ range รอบๆนั้นอย่างซื่อตรงตั้งแต่แรกหรือเปล่า

โปรแกรม upper-body ที่ปกติดีไม่จำเป็นต้องกลายเป็นศาสนาที่สร้างขึ้นรอบ warmup กับ activation drill คนส่วนใหญ่น่าจะแค่ต้องการโปรแกรมที่สมดุลกว่านี้ตั้งแต่เนิ่นๆ

  • side delts

  • rear delts

  • หลังส่วนบน

  • การคุม range

  • press ตาม ego ให้น้อยลง

ถ้าโปรแกรมเดิมมองข้ามจุดอ่อนที่เห็นชัดๆ งานที่เรียกว่า prehab จำนวนมากก็คงเป็นแค่การมาเก็บกวาด และถ้ามันคือการเก็บกวาด คำตอบมักไม่ใช่การไปบูชาการเก็บกวาด แต่คือการเลิกวางโปรแกรมแบบโง่ๆตั้งแต่แรก

Thoughts

  • gym_tae_99

    ผมอยู่รอดผ่านดีเบตนี้มาหลายเวอร์ชันแล้วครับ สมัยก่อนเขาเรียกมันว่า rotator cuff work เฉยๆเล่นเสร็จก่อนกลับบ้าน ไม่มีใครทำ ritual ยี่สิบนาที พอผ่านไปสิบปีของเดิมเป๊ะกลับมาในชุดใหม่ชื่อ prehab มี logo มีคอร์สขาย ผมก็ยังเล่น face pull กับ band เหมือนเดิมนั่นแหละ แค่ไม่ต้องจ่ายค่าแพ็กเกจให้ใคร

    Permalink
  • calisthenics_suan

    ส่วนที่พูดถึง Ben Patrick กับ full range ผมว่าใจร้ายกับเขาไปนิด ไอเดียเล่นทุกมุมแล้วคุม range จนสุดมันเป็นของจริงและคนเล่นเหล็กข้ามเรื่องนี้กันเยอะมาก แต่ก็เห็นด้วยกับแกนหลักนะว่ามันไม่ใช่ความลับ พวก control กับ end-range ผมหามาเองในสวนด้วยน้ำหนักตัวเอง ไม่มีใครต้องมาขายเป็นความรู้วงในเลย

    Permalink
  • an_chalak

    คำว่าทำหัวไหล่ให้แข็งแกร่งกันกระสุนนี่ภาษาเดียวกับฉลากอาหารเสริมเป๊ะเลย เอาของพื้นๆมาห่อด้วยศัพท์ใหญ่ๆแล้วตั้งราคา

    Permalink
  • kru_physio

    เห็นด้วยครึ่งเดียวค่ะ ที่ว่า prehab หลายตัวคือ warm-up เปลี่ยนชื่อให้ขายได้ อันนี้จริง band กับ scap activation 20 นาทีก่อนเล่นทุกวันส่วนใหญ่ก็แค่พิธีกรรมที่ทำให้สบายใจ แต่ท่อนที่บอกว่าถ้าไหล่เริ่มเจ็บแปลว่าโปรแกรมเอ็งโง่ตั้งแต่แรก อันนี้ค้านนะคะ ปวดกับเสียหายเป็นคนละเรื่อง ไหล่ที่ตื่นตัวเวลา load ขึ้นเร็วเกินไม่ได้แปลว่าวางโปรแกรมพังเสมอ บางทีแค่ capacity ยังไม่ทันงานที่เพิ่มเข้ามา

    Permalink
  • tem_khao_ik

    warmup ยี่สิบนาทีก่อนเล่น upper body ทุกวัน กว่าจะได้แตะบาร์จริงนี่ผม cut จบไปแล้วรอบนึง 💀

    Permalink
  • coach_khangsanam

    ที่เขียนเรื่องโปรแกรมที่สมดุลตั้งแต่ต้นนี่ตรงกับที่เจอกับลูกศิษย์ทุกอาทิตย์ คนที่เดินเข้ามาด้วยไหล่เจ็บเกือบทั้งหมดมาจาก program สำเร็จรูปที่เน้น push เป็นหลักแล้วใส่งานหลังกับ external rotation ไว้ท้ายสุดแบบขอไปที สิ่งที่ผมทำส่วนใหญ่คือเอา push ออกสักสามเซ็ตแล้วเติม rear delt กับ row เข้าไป ไม่ได้เพิ่มพิธี corrective อะไรเลย แค่ทำให้โปรแกรมซื่อตรงขึ้นอย่างที่เจ้าของโพสต์ว่า

    Permalink
  • lek_kao

    ตรงประเด็นที่สุดคือท่อนที่บอกว่าเล่น shoulder raises ของเอ็งให้ครบเถอะ ผมเห็นคนในห้องซ้อมประจำเล่น bench กับ overhead จนตัวเลขสวย แต่ side delt กับ rear delt ว่างเปล่ามาห้าปี พอไหล่เริ่มดังก็เปิดคลิป cuff drill ดูเป็นชั่วโมง งานเสริมพวกนั้นมันน่าเบื่อก็จริง แต่มันคืองานที่ทำให้ press ของเอ็งไปต่อได้ ไม่ใช่ของประดับ

    Permalink

Related discussions

  • ที่ยิมเราควรทำตัวให้ต่างจากตอนอยู่ออฟฟิศไม่ใช่เหรอ

    ยิ่งแก่ยิ่งคิดว่าคนทำงานออฟฟิศส่วนใหญ่ไม่ได้ต้องการโปรแกรมยิมที่ขั้นสูงขึ้น สิ่งที่ต้องการคือเลิกทำตัวเป็นคนออฟฟิศสักหนึ่งชั่วโมง ผมเองก็ทำงานออฟฟิศ แต่รู้สึกว่าตัวเองฉลาดกว่าตรงนี้ มาใช้สมองกันหน่อย ดูสิ ทั้งวันคุณนั่งทำงาน แล้วพอไปยิมก็นั่งบนเครื่องระหว่างพัก set ไถมือถือต่อ นั่งดัน chest press นั่งดัน shoulder press นั่งดึง cable row นั่งพัก นั่งพิมพ์แชต นั่งเช็ก fitness…

  • “No days off” มันแกร่งจริง หรือแค่ฟังดูเท่จนกว่าจะหยุดคิดเกินห้าวินาที?

    “No days off” เป็นวลีที่ฟังดูแกร่งจนกว่าจะหยุดคิดเกินห้าวินาที เพราะประโยคนี้มันบอกอะไรกันแน่ ถ้าซ้อมหนักจริง หนักจริงๆ หนักพอจะบังคับให้ร่างกายปรับตัว ร่างกายมันต้องการเวลาฟื้น ไม่ใช่เรื่องอารมณ์ แต่เป็นเรื่องชีววิทยา เนื้อเยื่อเสียหาย ระบบประสาทล้า glycogen หมด กระบวนการอักเสบ จุดทั้งหมดของการซ้อมหนักคือร่างกายดูแลตัวเองให้สมบูรณ์ไม่ได้ถ้าไม่ได้สร้างกลับขึ้นมาใหม่…

  • Bulgarian split squat เหนือกว่า back squat ขาดลอยลิบจริงไหม?

    ถ้าคุณไม่ใช่ powerlifter ก็เลิกฝึกขาแบบ powerlifter ได้แล้ว จริงๆคือเลิกฝึกทุกส่วนแบบนั้นเลยด้วยซ้ำ นี่แหละคือประเด็น ผมใช้เวลาหลายปีกว่าจะเข้าใจว่าไม่จำเป็นต้องเพิ่มน้ำหนัก squat ขึ้นเรื่อยๆ เพราะยังไงขาก็ไม่ได้เปลี่ยนอยู่ดี ตัวเลข lbs ขึ้น แต่กล้ามเนื้อแทบไม่ขยับ แล้วส่วนอื่นของร่างกายก็ต้องมาจ่ายแทน volume ที่แขน core อก ลดลงหมด เพราะมัวแต่ไปโฟกัสรักษาตัวเลข squat ปัญหาคือความจริงจัง ความล้า กับความมีประโยชน์ มันไม่ใช่เรื่องเดียวกัน

  • "advanced techniques" ในการเล่นเวทส่วนใหญ่ก็แค่วิธีทำให้น้ำหนักเบาๆรู้สึกหนักใช่ไหม?

    เล่นเวทมาสักสิบปี อะไรหลายอย่างที่เคยดูฉลาดก็เริ่มดูซ้ำๆ พวก “advanced techniques” ทั้งหลายมันคล้องจองกันไปหมด drop set, giant set, blood flow restriction, mechanical drop, myorep, rest-pause สลับชื่อไปมาได้เรื่อยๆ แต่สุดท้ายมันก็แค่ความบันเทิง เอาน้ำหนักที่ไม่ได้ท้าทายอะไรนัก แล้วซ้อนข้อจำกัดหรือกลเล่นกับความล้าลงไปเรื่อยๆ จนมันเริ่มรู้สึกว่ามีอะไรเกิดขึ้นสักที

  • มันมีสิ่งที่เรียกว่า mirror muscles จริงหรือ?

    หนึ่งในความเชื่อที่งี่เง่าที่สุดของวัฒนธรรมยิมยุคนี้ คือการที่คนเริ่มพูดถึง “mirror muscles” เหมือนมันเป็นกล้ามปลอม Biceps side delt rear delt เทรน glute ตรงๆ งาน rotator cuff งาน isolation ทั้งหมด ไหงกลายเป็นของฟุ่มเฟือยเอาไว้โชว์ ในขณะที่การเล่น compound ไม่หยุดถูกรีแบรนด์ใหม่ว่า “functional” แล้วตอนนี้ก็มีคนเดินกันให้ว่อนทั้งไหล่อักเสบเรื้อรัง ข้อศอกปวดร้าว สะโพกหลวม หลังล่างที่ยึดไว้ด้วย…

  • จริงๆแล้วคุณฝึกเพื่ออะไรกันแน่ ไม่ใช่แค่อยากดูดีหรือ?

    ตอนเริ่มฝึกจริงจัง เป้าหมายคืออยากหุ่นแบบ Christian Bale ใน Batman Begins มันง่ายๆ ผมแค่อยากดูดีกับอยากมีคนปลื้ม นั่นมัน 20 ปีก่อน ตอนผมอายุ 14 ผมไม่ได้คิดให้มันซับซ้อน ไม่ได้ต้องการ athletic performance สุขภาพหัวใจ longevity mobility หรือศัพท์ฟิตเนสเท่ๆของปี 2026 ผมแค่อยากดูดี และผมรู้สึกว่าคนส่วนใหญ่ ถ้าไม่ใช่เกือบทั้งหมด ก็อยากได้แบบเดียวกันนี่แหละ แต่ตอนนี้เรากลับต้องผ่านพิธีกรรมยุ่งยากมากมายเพื่อกลบมันไว้...

  • กระแส prehab ทุกวันนี้มันจำเป็นจริง หรือแค่พิธีกรรม 30 นาทีที่เสียเวลา?

    ก่อนหมอนี่จะได้แตะบาร์เบล เขาต้อง prep ก่อน 30 นาที เอา lacrosse ball ออกมา แล้วนั่งกลิ้งกล้ามก้นกับมันบนพื้นยิม หน้าตาเหมือนคนกำลังรับสายข่าวร้ายทางโทรศัพท์ ต่อด้วย foam roller รีดตลอดความยาวขาทีละข้าง ทำหน้าเจ็บโอเวอร์ๆกับปมที่เขาปักใจว่ามีอยู่ ทั้งที่วิทยาศาสตร์ยังมองไม่เห็นปมพวกนี้ ต่อด้วยยางยืดเส้นเล็ก คล้องเหนือเข่าไว้เดินข้าง เดิน monster walk ทำ clamshell ครบทั้ง…

  • เราควรฝึกกล้ามเนื้อ ไม่ใช่ฝึก movement จริงไหม?

    คนส่วนใหญ่ไม่ได้มีปัญหาเรื่อง movement หรอกแต่มีปัญหาเรื่องจุดอ่อนที่สุดในร่างกาย ผมไม่ได้พูดถึงนักกีฬาระดับท็อปนะนั่นมันคนกลุ่มน้อยแล้วพวกนั้นก็ไม่ได้นั่งอ่านอะไรของผมในเน็ตอยู่แล้ว ผมพูดถึงคนทั่วไปที่อยากมีร่างกายที่รับมือกับงานหนักได้โดยไม่มีอะไรงี่เง่ายอมแพ้ไปก่อน ถ้าแขน ไหล่ หรือ grip ของคุณหมดแรงก่อนงานจะเสร็จ ผมไม่สนหรอกว่าตัวเลข squat กับ deadlift ของคุณจะสวยแค่ไหน ร่างกายมันบอกความจริงเร็วมาก