Loading…

Arches ไม่คุ้มที่จะกลับไปอีกแล้วจริงไหม ในเมื่อมันมีแค่โค้งหินกับคนอีกเป็นพัน?

hiking_soul
สาธารณะ 10 บทสนทนา 15 ความคิด 7 โหวตเห็นด้วย 0 โหวตลง 0 ซีรีส์ 13 การเข้าชม

Arches ก็โอเคนะถ้าพูดกันตรงๆ มันให้ในสิ่งที่มันสัญญาไว้เป๊ะ คือมีโค้งหินจริง อยากเห็นอะไรก็ได้เห็นนั่นแหละ พร้อมกับคนอีกเป็นพันที่อยากเห็นเหมือนกัน อ้อ คิดว่าจะได้ฟินคนเดียวท่ามกลางโค้งหินสุดเอเลี่ยนเหรอ คิดใหม่ได้เลย

In groups

เนื้อหาการสนทนา

Arches ก็โอเคนะถ้าพูดกันตรงๆ มันให้ในสิ่งที่มันสัญญาไว้เป๊ะ คือมีโค้งหินจริง อยากเห็นอะไรก็ได้เห็นนั่นแหละ พร้อมกับคนอีกเป็นพันที่อยากเห็นเหมือนกัน อ้อ คิดว่าจะได้ฟินคนเดียวท่ามกลางโค้งหินสุดเอเลี่ยนเหรอ คิดใหม่ได้เลย

null
นึกว่าจะมีอยู่คนเดียวสินะ

ปัญหาคือทั้งอุทยานมันให้ความรู้สึกเหมือนเกมล่าสมบัติทางธรณีวิทยาที่ออกแบบมาเพื่อคนที่ไม่ได้อยากเดินป่าจริงๆ แต่อยากได้รูปมากกว่า ขับรถห้านาที จอด เดิน 0.3 ไมล์ มองหินที่มีรูตรงกลาง ถ่ายรูปครอบครัวที่อย่างน้อยต้องมีเด็กสักคนหน้าบูดเห็นได้ชัด แล้วก็วนแบบนี้ไปหกชั่วโมง

Delicate Arch เจ๋งนะ Landscape Arch ก็เจ๋ง Double Arch ก็เจ๋ง แต่สุดท้ายแล้วก็จะรู้ตัวว่าเสียเวลาทั้งวันไปกับการประเมินความต่างเล็กๆน้อยๆของ “หินแต่โค้ง” ไปเดินป่าแถวๆนั้นเถอะ

Thoughts

  • chao_ngiap

    อ่านแล้วรู้สึกว่าตัวร้ายจริงๆไม่ใช่ระยะทาง 0.3 ไมล์ มันคือจำนวนคน เส้นสั้นที่คนพันคนเดินพร้อมกันมันก็พังประสบการณ์ได้พอกับเส้นที่ออกแบบมาห่วย เคยไปเดินเส้นยาวกว่าในโซนเดียวกันตอนเช้ามืด คนหายไปครึ่งนึงทันที วิวเท่าเดิมแต่ได้อยู่กับมันจริง ปัญหาส่วนใหญ่ของที่ดังๆแก้ได้แค่ไปให้เช้ากว่าคนอื่นหรือเดินเลยจุดที่รถเข้าถึงไปนิดเดียว

    Permalink
  • online_talot

    ท่อนที่โดนสุดคือ เกมล่าสมบัติทางธรณีวิทยาสำหรับคนที่ไม่ได้อยากเดินป่าจริงๆ Arches มันถูกออกแบบมาให้เป็น drive-up จริงตามนั้น จอดแล้วเดิน 0.3 ไมล์ก็ถึงทุกอัน ปัญหาไม่ใช่ที่ตัวโค้งหิน มันสวยจริง ปัญหาคือทั้งวันมันเลยกลายเป็นเช็กลิสต์ที่จอดรถมากกว่าจะเป็นทริปเดินป่า ได้รูปครบแต่ไม่ได้อยู่กับที่ไหนเกินสิบนาที

    Permalink
  • khit_wa_phuean

    เรื่องเด็กหน้าบูดในรูปครอบครัวนี่กูคือเด็กคนนั้นเป๊ะตอนเด็กๆ พ่อแม่พาไปที่แบบนี้ทีไรกูก็ยืนทำหน้าเซ็งตรงหน้าหินก้อนใหญ่ๆทุกที เพราะมันไปยืนถ่ายแล้วก็กลับขึ้นรถ ไม่ได้ทำอะไรเลย โตมาถึงเข้าใจว่ามันไม่ใช่ที่กู มันคือตัวรูปแบบทริปที่ออกแบบมาให้ถ่ายรูปไม่ใช่ให้เดิน เด็กมันเลยรู้ตัวก่อนผู้ใหญ่ว่ามันน่าเบื่อ

    Permalink
  • loktaek_thukwan

    เสียทั้งวันไปกับการเปรียบเทียบความต่างของหินแต่ละโค้ง สรุปได้ดีมาก สุดท้ายมันก็คือหินที่มีรูตรงกลางหลายแบบ

    Permalink
  • setthakit_feel

    กูขอเถียงเนินนี้หน่อย ที่แบบ drive-up เดิน 0.3 ไมล์มันมีไว้เพื่อคนที่เดินไกลไม่ได้นะ พ่อแม่อายุเยอะ คนเข่าไม่ดี พาเด็กเล็กไป ไม่ใช่ทุกคนที่อยากได้ทริป backcountry หกชั่วโมง บางคนแค่อยากเห็น Delicate Arch กับตาตัวเองก่อนตายแล้วมันก็โอเคที่จะแค่นั้น ไม่ต้องมาตัดสินว่าใครเดินป่าจริงไม่จริง

    Permalink

Related discussions

  • Yosemite เจ๋งก็เพราะมันคือ California เฉยๆ หรือเปล่า ที่อื่นก็เจ๋งพอๆ กันนั่นแหละ?

    Yosemite Valley สวยจริง น่าเสียดายที่มันก็เป็นเครื่องจำลองรถติดด้วย ครึ่งหนึ่งของทริปคุณเอาไปคืบไปทีละนิดตามหลังรถ SUV เช่า พยายามไม่ให้เฉี่ยวนักปั่นที่แต่งตัวเหมือนกำลังลงแข่ง Tour de France แล้วพอลงจากรถได้สักที เออ โอเค El Capitan กับ Half Dome มันเหลือเชื่อจริง คุณได้เห็นมัน แต่คุณจะไม่ได้ปีนมันหรอก*

  • Saguaro มีอะไรมากกว่าการขับรถวนดู "กระบองเพชรต้นใหญ่" เป็นชั่วโมงๆจริงเหรอ?

    Saguaro National Park คือการขับรถวนดูต้นไม้ที่ตั้งใจอยู่รอดอยู่ต้นเดียวเป็นชั่วโมงๆ ตั้งใจอยู่ในที่ที่ต้นไม้ไม่ควรอยู่และคนยิ่งไม่ควรคิดจะไปอยู่ แต่นั่นแหละคือ Arizona ทั้งรัฐ เอาจริงพวก saguaro ก็น่าทึ่งนะ มันใหญ่มาก บางต้นอายุ 200 ปี แต่สุดท้ายสมองก็เริ่มจับมันยัดเข้าโฟลเดอร์เดียวกันที่ป้ายเขียนว่า “กระบองเพชรต้นใหญ่” เออ มันก็คือกระบองเพชรนั่นแหละ แค่ใหญ่และแปลกๆหน่อย

  • รางวัลดินแดนสุดโหดแห่งปี 2026 ต้องยกให้ Death Valley ไม่ใช่หรือ?

    Death Valley ให้ความรู้สึกเหมือนภัยอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมที่มีป้ายเตือนติดไว้ มากกว่าจะเป็นอุทยานแห่งชาติ อยู่ในชื่อมันแล้วแท้ๆแต่ฝรั่งก็ยังจองตั๋วบินมาตายกันที่นี่อยู่ดี

  • จ่ายหลายพัน รอ 3 วัน แล้วเดนาลีก็ซ่อนหลังเมฆไม่ยอมให้เห็น — แบบนี้ยังคุ้มที่จะไปไหม?

    ไปเดนาลีไม่เหมือนไปเที่ยวอุทยานแห่งชาติเท่าไหร่ มันเหมือนไปขอนัดกับภูเขาลูกหนึ่งที่ไม่ได้แคร์เราเลยมากกว่า อย่างแรกเลยคือมีโอกาสสูงมากที่จะไม่ได้เห็นภูเขาด้วยซ้ำ เดนาลีใช้ชีวิตส่วนใหญ่ซ่อนตัวอยู่หลังเมฆเหมือนดาราหนีปาปารัซซี่ ส่วนเราคือปาปารัซซี่นั่นแหละ คนจะไป รอ 3 วัน จ่ายไปหลายพันดอลลาร์ แล้วก็กลับมาพร้อมประสบการณ์ที่เรียกได้ว่า "สภาพอากาศแถวๆภูเขา"...

  • Yellowstone สวยก็จริง แต่ไปแล้วเจอแต่โดนดุห้ามนู่นห้ามนี่ตลอด ยังน่าไปอยู่ไหม? (แต่อย่าไปแตะ bison นะ)

    เอาตามจริง Yellowstone มันสวยจริงแบบไม่ต้องเถียง วิวมันบ้ามาก บ่อน้ำพุร้อนสีรุ้งพ่นไอ geyser พุ่งขึ้นมาจากที่ไหนไม่รู้ ฝูง bison เดินลอดหมอกเหมือนฉากเปิดหนังแฟนตาซี แต่ประสบการณ์จริงของการไปเที่ยว Yellowstone ส่วนใหญ่คือการโดนสั่งห้ามทำนู่นทำนี่แบบดุๆตลอดเวลา

  • เขา Smoky เหมาะกับการเล่น Karting สุดๆ!

    Great Smoky Mountains National Park ก็โอเคนะ ป่า ภูเขา น้ำตก หมอกลอยผ่านยอดไม้ หมีดำเดินเตร็ดเตร่ไปมาด้วยสีหน้าเหมือนคนตกงาน สวยดี แต่ก็แค่สวยดีเฉยๆ Smokies น่าจะเป็น national park ที่ “ค่าตั้งต้นมาตรฐาน” ที่สุดในอเมริกาแล้ว ถ้าให้เด็กวาดรูปธรรมชาติ มันก็จะวาดที่นี่ออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ ภูเขา ต้นไม้ ลำธาร แล้วก็อาจมีกระท่อมหลังเล็กๆโผล่มาสักหลัง

  • ควรเปลี่ยนชื่อ petrified forest เป็น "ทะเลทรายน่าเบื่อที่มีท่อนซุง" ไหม?

    เรื่องนี้เป็นความผิดของเราเองล้วนๆที่ดันไปคาดหวังไว้สูง ใครลดความคาดหวังลงได้อาจจะชอบมันก็ได้นะ พอได้ยินคำว่า “petrified forest” ก็จินตนาการเป็นป่าหินโบราณที่หยุดนิ่งอยู่กับที่เหมือนหลุดมาจากหนัง dark fantasy ก่อนไปก็ดูรูปมาแล้วแหละ แต่มันก็ออกมาประมาณรูปนี้...

  • Joshua Tree เป็นอุทยานแห่งชาติจริงๆ หรือแค่ที่ที่แฟนเก่าใครสักคนย้ายไป "ค้นหาตัวเอง" ให้ลง Instagram?

    Joshua Tree ให้ความรู้สึกเหมือนที่ที่แฟนเก่าของใครสักคนย้ายไป “ค้นหาตัวเอง” มากกว่าจะเป็นอุทยานแห่งชาติ ภูมิทัศน์ที่นี่เหมือนเวลาทะเลทรายเริ่มมีความเห็นที่เมื่อก่อนคงโดนล้อก่อนยุค cancel culture ต้นไม้บิดเบี้ยวแปลกๆ กองหินกลมๆยักษ์วางทับกันในมุมที่ลง Instagram แล้วดูเท่ ทุกมุมในอุทยานนี้ไม่เหมือนปก album ของ U2 ก็เหมือนฉากหลังโฆษณาสกินแคร์แพงเกินจริง