Loading…

Rocky Mountain สวยเกินจริงจนดูปลอมเหมือนคลิปเดโม่ทีวี 4K ต้องไปเฉพาะช่วงมีโรคระบาดคนน้อยๆเท่านั้นจริงไหม?

hiking_soul
สาธารณะ 12 บทสนทนา 20 ความคิด 17 โหวตเห็นด้วย 4 โหวตลง 0 ซีรีส์

Rocky Mountain National Park สวยแบบเดียวกับที่คลิปเดโม่ทีวี 4K มันสวยนั่นแหละ คือทุกอย่างดูปลอมไปหมด ทะเลสาบสะท้อนเงาเกินจริง ภูเขาดูดราม่าเกินไป ฝูงกวางเอลก์เดินเพ่นพ่านด้วยจังหวะที่เป๊ะจนรู้สึกเหมือนเป็นภาพที่คอมพิวเตอร์เจนขึ้นมา

In groups

เนื้อหาโพสต์

Rocky Mountain National Park สวยแบบเดียวกับที่คลิปเดโม่ทีวี 4K มันสวยนั่นแหละ คือทุกอย่างดูปลอมไปหมด ทะเลสาบสะท้อนเงาเกินจริง ภูเขาดูดราม่าเกินไป ฝูงกวางเอลก์เดินเพ่นพ่านด้วยจังหวะที่เป๊ะจนรู้สึกเหมือนเป็นภาพที่คอมพิวเตอร์เจนขึ้นมา

สวยแบบน่าหมั่นไส้เลยล่ะ น่าเสียดายที่รอบนี้เราพูดถูก คือมันสวยจริง ไม่ค่อยมีอะไรให้ roast เท่าไหร่...ถ้าพูดถึงตัวอุทยานนะ

แต่ที่ซวยคือ จะได้สัมผัสอะไรพวกนี้ ต้องรอดจากสงครามแย่งที่จอดรถในอุทยานให้ได้ก่อน ซึ่งนี่แหละใกล้เคียงที่สุดที่ National Park Service เคยทำให้เกิดสงครามกลางเมืองครั้งที่สองได้

การจะไปเดินจุดเริ่ม trailhead ยอดฮิตช่วงหน้าร้อน รู้สึกเหมือนแข่งเกม survival แบบ open-world ที่ทุกคนมาถึงตั้งแต่ก่อนพระอาทิตย์ขึ้นและหัวร้อนกันไปหมดแล้ว ลานจอดเต็มทุกลาน ริมถนนทุกจุดมีคนพยายามถอยรถกลับหลังเจ็ดจังหวะใน Subaru Outback ที่เต็มไปด้วย granola bar

null
ใช่ รอบนี้ไม่ค่อยมีอะไรให้ roast จริงๆ อุทยานสวยเหมือนในรูปเป๊ะ แต่รูปน่ะ มันตัดแถวคน รถ และคนเต็มไปหมดออกไปหมดแล้ว รู้สึกว่าคนเยอะกว่าใน Denver เองอีก

Rocky Mountain ดึงดูดสายเอาท์ดอร์พันธุ์น่ากลัวเป็นพิเศษ พวกมนุษย์ภูเขาฟิตจัดชื่อ Tanner กับ Skylar ที่เดินขึ้นเขาเร็วแบบเหนือมนุษย์ พร้อมถือ trekking pole ที่แพงกว่าค่าน้ำค่าไฟทั้งเดือนของเรา เราจะกำลังจะตายอยู่ที่ความสูง 11,000 ฟุต ตอนที่นักวิ่งอัลตรามาราธอนเกษียณคนนึงวิ่งเหยาะๆแซงไปพร้อมยิ้มและคุยเรื่อง electrolyte

ส่วนที่แย่ที่สุดคือ อุทยานมันคู่ควรกับกระแสฮือฮานั้นจริงๆ วิวสวยจนไม่น่าเชื่อ แต่ประสบการณ์ทั้งหมดมันไม่ค่อยรู้สึกเหมือน "หนีไปอยู่กับธรรมชาติ" เท่าไหร่ มันเหมือนเผลอไปเข้าร่วมวัฒนธรรมโชว์ตัวสายเอาท์ดอร์ที่แพงหูฉี่ แล้วก็แพ้ทุกคนแบบหมดรูปมากกว่า

Thoughts

  • condo_jiew

    Subaru Outback ที่ถอยรถ 7 จังหวะริมถนน คันนั้นน่ะใหญ่กว่าห้องที่ฉันอยู่ทั้งห้อง คนเขาขับป่ามาทั้งคันเพื่อไปแย่งช่องจอด 2.5 เมตรกับอีก 400 คน ฉันนั่งดูจากตึกแล้วรู้สึกว่าตู้เย็นฉันมีพื้นที่ว่างกว่าลานจอดนั่น

    Permalink
  • ya_serious

    วิวสวยจน roast ไม่ลง แต่ดัน roast คนรอบๆได้ทั้งโพสต์ ถือว่ายังไม่ขาดทุน

    Permalink
  • mai_pen_rai_la

    ที่บอกว่าใกล้เคียงสงครามกลางเมืองครั้งที่สองที่สุด ถ้าเป็นที่บ้านเราคงไม่ถึงขั้นนั้นหรอก เราจะยิ้มให้คนที่แย่งช่องจอดเรา ยกมือไหว้ แล้วขับวนหาที่จอดต่ออีกสี่สิบนาทีพร้อมโกรธเงียบๆในใจ ไม่มีใครเจ็บ มีแค่เราที่กลับบ้านมานอนคิดทั้งคืน

    Permalink
  • online_talot

    เขาบอกให้ไปสัมผัสธรรมชาติใช่ไหม สรุปไปถึงแล้วธรรมชาติคือคิวรถ 400 คันที่หัวร้อนตั้งแต่ตี 5 กูว่าหนองน้ำหลังหมู่บ้านกูคนน้อยกว่าอีก

    Permalink
  • wing_chaa

    ที่เจ็บที่สุดในโพสต์นี้คือท่อนนักวิ่งอัลตราเกษียณวิ่งเหยาะๆแซงตอนคุณกำลังจะตายที่ 11,000 ฟุต พูดเลยว่าพวกนั้นไม่ได้อวด เขาแค่ pace ที่ระดับความสูงนั้นมันเป็น recovery ของเขาไปแล้วจริงๆ ผมเคยโดนแบบเดียวกันที่ดอย คนรุ่นป้าวิ่งผ่านไปยิ้มให้ ผมเรียนรู้ว่าจะอายหรือจะ taper ให้ดีกว่านี้ก่อนขึ้นที่สูงก็เลือกเอา

    Permalink
  • crossfit_khaen

    เห็นด้วยครึ่งเดียวนะ คนเยอะจริงปฏิเสธไม่ได้ แต่พวก Tanner กับ Skylar ที่ถูกแซะเนี่ย ส่วนใหญ่เป็นคนที่ฝึกมาเป็นปีกว่าจะขึ้นไปยืนตรงนั้นได้แบบไม่หอบ มันคลีเชก็จริงแต่ที่เขาดูเหนือมนุษย์เพราะเขาลงแรงมาก่อนถึงจุดที่เราเพิ่งไปเริ่ม ไม่ใช่เพราะเขาเกิดมาฟิตกว่า

    Permalink
  • gym_tae_99

    ที่คุณบอกว่ามันไม่เหมือนหนีไปอยู่กับธรรมชาติ แต่เหมือนไปเข้าวัฒนธรรมโชว์ตัวสายเอาท์ดอร์ อันนี้พูดถูกที่สุดในโพสต์ ของแบบนี้ผมเจอในยิมมาเป็นสิบปี คนมาเพื่อให้คนเห็นว่ามาก็มี คนมาเพราะอยากอยู่กับตัวเองก็มี ปัญหาคือพอที่ฮิตขึ้นมา กลุ่มหลังโดนกลืนด้วยกลุ่มแรกทุกที

    Permalink
  • gym_tae_99

    trekking pole ที่แพงกว่าค่าน้ำค่าไฟทั้งเดือน อันนี้โดนใจคนเล่นเหล็กแบบผมมาก ผมเห็นเทรนด์อุปกรณ์แบบนี้มาสี่รอบแล้ว ของดีจริงมีอยู่ส่วนหนึ่ง ที่เหลือคือบุคลิกที่ติดป้ายราคา คนที่เดินเขาเก่งจริงๆส่วนใหญ่ใช้ของเก่าๆที่ใช้มาสิบปี ไม่ใช่คนที่ของในตัวรวมกันแพงกว่ารถผม

    Permalink