ก้อนหินรีเซ็ตอารมณ์ฉันใหม่ ก้อนหินไม่ได้ทำอะไรเลยครับ มันนั่งอยู่ตรงนั้นมาหมื่นปีโดยไม่มีความเห็นเรื่องคุณ คนที่รีเซ็ตอารมณ์คือตัวคุณเองที่บังเอิญไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ตรงนั้นพอดี
Joshua Tree เป็นอุทยานแห่งชาติจริงๆ หรือแค่ที่ที่แฟนเก่าใครสักคนย้ายไป "ค้นหาตัวเอง" ให้ลง Instagram?
Joshua Tree ให้ความรู้สึกเหมือนที่ที่แฟนเก่าของใครสักคนย้ายไป “ค้นหาตัวเอง” มากกว่าจะเป็นอุทยานแห่งชาติ ภูมิทัศน์ที่นี่เหมือนเวลาทะเลทรายเริ่มมีความเห็นที่เมื่อก่อนคงโดนล้อก่อนยุค cancel culture ต้นไม้บิดเบี้ยวแปลกๆ กองหินกลมๆยักษ์วางทับกันในมุมที่ลง Instagram แล้วดูเท่ ทุกมุมในอุทยานนี้ไม่เหมือนปก album ของ U2 ก็เหมือนฉากหลังโฆษณาสกินแคร์แพงเกินจริง
In groups
คิด
ก้อนหินรีเซ็ตอารมณ์ฉันใหม่ ก้อนหินไม่ได้ทำอะไรเลยครับ มันนั่งอยู่ตรงนั้นมาหมื่นปีโดยไม่มีความเห็นเรื่องคุณ คนที่รีเซ็ตอารมณ์คือตัวคุณเองที่บังเอิญไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ตรงนั้นพอดี
เนื้อหาโพสต์
Joshua Tree ให้ความรู้สึกเหมือนที่ที่แฟนเก่าของใครสักคนย้ายไป “ค้นหาตัวเอง” มากกว่าจะเป็นอุทยานแห่งชาติ ภูมิทัศน์ที่นี่เหมือนเวลาทะเลทรายเริ่มมีความเห็นที่เมื่อก่อนคงโดนล้อก่อนยุค cancel culture ต้นไม้บิดเบี้ยวแปลกๆ กองหินกลมๆยักษ์วางทับกันในมุมที่ลง Instagram แล้วดูเท่ ทุกมุมในอุทยานนี้ไม่เหมือนปก album ของ U2 ก็เหมือนฉากหลังโฆษณาสกินแคร์แพงเกินจริง
แล้วก็ไม่รู้ทำไม ทั้งที่สวยจริงแบบปฏิเสธไม่ได้ แต่ทั้งที่นี่กลับแผ่พลังงานทริป “เด็กอาร์ตสคูลขับรถเที่ยว” ออกมาแรงมาก
นักท่องเที่ยวครึ่งหนึ่งดูเหมือนเพิ่งเดินออกมาจากร้านเสื้อผ้ามือสองใน Silver Lake ทุกคนใส่หมวกใบเบ้อเริ่มและถือขวดน้ำ emotional support ที่ติดสติกเกอร์เรื่องโหราศาสตร์เต็มไปหมด เดินไปก็จะเจอคนยืนถ่ายรูปหินเงียบๆเหมือนพยายามดูดความรู้แจ้งออกมาจากก้อนหิน ส่วนต้น Joshua tree เองยิ่งตลก เพราะมันดูไม่เหมือนพืชทะเลทรายสง่างามเท่าไหร่ แต่เหมือนสิ่งที่เด็กจะวาดออกมาถ้าให้ลองคิดต้นไม้ขึ้นเองจากความจำ สัดส่วนมันแบบภาพหลอนของ Dr. Seuss ต้นไม้พวกนี้ก็แปลกไม่เหมือนใครอยู่หรอก แต่แปลกในแบบที่ตอนโตได้สารอาหารไม่พอเลยออกมาเบี้ยวๆ
ส่วนประสบการณ์เดินป่าก็คือเดินเตร็ดเตร่ไปเรื่อยๆท่ามกลาง “ของในทะเลทราย” ที่ยิ่งเดินยิ่งร้อนขึ้น กองหิน ต้นกระบองเพชร ต้นไม้แปลกๆ กองหินอีกกอง คนนั่งตี handpan อยู่เฉยๆไม่มีเหตุผล วนซ้ำ ไม่รู้สิ บางทีเราอาจจะแค่ไม่ชอบทะเลทรายเองก็ได้
ส่วนที่ตลกที่สุดคือคนเรามาจริงจังเรื่องจิตวิญญาณกับที่นี่กันมากแค่ไหน ทุกบทสนทนาฟังเหมือนคนกำลังเล่า retreat ดื่ม ayahuasca ที่เปลี่ยนชีวิต พี่ มันก็แค่ทะเลทรายที่มีต้นไม้แปลกๆ
“ทะเลทรายมันถอดเปลือกตัวตนเราออกไปจริงๆ”
“ความเงียบที่นี่มันทรงพลังมาก”
“รู้สึกเหมือนก้อนหินรีเซ็ตอารมณ์ฉันใหม่”
แต่ก็นะ... น่าหมั่นไส้ตรงที่ Joshua Tree มันน่าสนใจจริงๆ ตอนพระอาทิตย์ตก ทั้งอุทยานเปลี่ยนเป็นสีม่วงกับทอง ก้อนหินเริ่มเรืองแสง อากาศเย็นลง แล้วจู่ๆคุณก็เข้าใจว่าทำไมคนถึงน่ารำคาญเวลาพูดถึงที่นี่ ราวๆยี่สิบนาทีนั้น คุณรู้สึกขึ้นมาจริงๆว่าทะเลทรายอาจจะรู้อะไรบางอย่างที่คุณไม่รู้ ถ้าได้นั่งซึมซับมันเงียบๆ โดยไม่มีใครมาเปิดเพลงดังข้างๆ
Thoughts
-
Permalinkก้อนหินรีเซ็ตอารมณ์ฉันใหม่ ก้อนหินไม่ได้ทำอะไรเลยครับ มันนั่งอยู่ตรงนั้นมาหมื่นปีโดยไม่มีความเห็นเรื่องคุณ คนที่รีเซ็ตอารมณ์คือตัวคุณเองที่บังเอิญไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ตรงนั้นพอดี
-
Permalinkประโยคที่บอกว่าต้น Joshua tree เหมือนสิ่งที่เด็กจะวาดถ้าให้คิดต้นไม้ขึ้นเองจากความจำ อันนี้คือทั้งโพสต์ในประโยคเดียว ที่เหลือคือคนยืนถ่ายรูปก้อนหินแล้วรอให้มันพูดกลับ
-
Permalinkอ่านแล้วคิดถึงสมัยคนเอารูปพระอาทิตย์ตกไปลงเว็บบอร์ดพร้อมแคปชั่นยาวเป็นย่อหน้า สมัยนั้นเราเรียกว่าอวดรูป เดี๋ยวนี้เรียกว่า healing เนื้อหาเดิมเป๊ะ ต่างกันแค่ตอนนี้มีขวดน้ำ emotional support มาด้วย
-
Permalinkคนตี handpan อยู่กลางทะเลทรายโดยไม่มีเหตุผล อันนี้คือส่วนที่กูเชื่อว่าจริงที่สุดในโพสต์ ที่ไหนมีหินสวยๆที่นั่นมีคนเอา handpan ไปวางเหมือนกฎฟิสิกส์
-
Permalinkเออกูเข้าใจที่จิกนะ แต่ขอเถียงนิด ปีที่แล้วกูไปเขาใหญ่ช่วงที่งานยุ่งจนนอนไม่หลับมาเป็นเดือน ไปนั่งเงียบๆบนผาคนเดียวตอนเช้า แล้วร้องไห้งงๆโดยไม่มีเหตุผล ตอนนั้นกูก็คงพูดประโยคน่าหมั่นไส้แบบในบุลเลตนั่นแหละ ประเด็นกูคือทะเลทรายมันอาจจะไม่ได้รู้อะไร แต่บางทีคนเราต้องไปอยู่ในที่ที่ว่างพอจนได้ยินเสียงตัวเอง แล้วพอกลับมาเล่าให้คนอื่นฟังมันก็ออกมาเชยทุกที
-
Permalinkนี่มัน format เป๊ะ สถานที่ธรรมดามาก + คนใส่หมวกใบใหญ่ + ขวดน้ำติดสติกเกอร์ราศี = retreat เปลี่ยนชีวิต เปลี่ยน Joshua Tree เป็นห้างตอนเซลก็ใช้แคปชั่นเดียวกันได้
-
Permalinkถามจริงๆ ที่หงุดหงิดคือตัวที่นั่น หรือคือคนที่เอาเรื่องที่นั่นมาพูด ฟังจากโพสต์แล้วเหมือนปัญหาอยู่ที่อย่างหลังมากกว่า