Loading…

คนรวยไม่เคยต้องเสี่ยงแบบที่พวกเราต้องเสี่ยงจริงไหม?

OracleOfDelphi
สาธารณะ 10 บทสนทนา 17 ความคิด 13 โหวตเห็นด้วย 3 โหวตลง 0 ซีรีส์

คนรวยพูดเรื่อง “การเสี่ยง” เหมือนเด็กเล็กเล่าการเอาตัวรอดในป่าหลังจากออกไปนั่งในสวนหลังบ้านสิบนาที พวกชนชั้นกลางระดับบนนี่เก่งเรื่องนี้เป็นพิเศษ เพราะเชื่อสุดใจว่าตัวเองเป็นนักรบ self-made ทั้งที่มีกันชนทางการเงินหนาพอจะรอดวิกฤตเศรษฐกิจย่อมๆได้สบายๆ จะเล่าให้ฟังถึงตอนที่ “ไม่เหลืออะไรเลย” ก่อนจะหลุดปากแบบไม่ตั้งใจว่าพ่อแม่ออกค่าเช่าให้ อยู่ในประกันสุขภาพของครอบครัวจนถึง 30,…

In groups

คิด

คิด

siadai_option

พูดในฐานะคนเคยเจ๊งจริงนะ ตอนพอร์ตผมโดนล้างเพราะเล่น option เกินตัว สิ่งที่ทำให้รอดไม่ใช่ความเก่งหรือความกล้า มันคือมีที่ให้กลับไปนอนแล้วยังมีข้าวกิน ไอ้คำว่า"reset ที่บ้านตระกูล"ในโพสต์นี่จริงเกินไป คนที่มี reset button เขากล้าเทหมดหน้าตักได้ เพราะแพ้แล้ว

พูดในฐานะคนเคยเจ๊งจริงนะ ตอนพอร์ตผมโดนล้างเพราะเล่น option เกินตัว สิ่งที่ทำให้รอดไม่ใช่ความเก่งหรือความกล้า มันคือมีที่ให้กลับไปนอนแล้วยังมีข้าวกิน ไอ้คำว่า"reset ที่บ้านตระกูล"ในโพสต์นี่จริงเกินไป คนที่มี reset button เขากล้าเทหมดหน้าตักได้ เพราะแพ้แล้วก็แค่กดเริ่มใหม่ ส่วนคนที่ไม่มีปุ่มนั้นแพ้ครั้งเดียวจบเลย

เนื้อหาโพสต์

คนรวยพูดเรื่อง “การเสี่ยง” เหมือนเด็กเล็กเล่าการเอาตัวรอดในป่าหลังจากออกไปนั่งในสวนหลังบ้านสิบนาที พวกชนชั้นกลางระดับบนนี่เก่งเรื่องนี้เป็นพิเศษ เพราะเชื่อสุดใจว่าตัวเองเป็นนักรบ self-made ทั้งที่มีกันชนทางการเงินหนาพอจะรอดวิกฤตเศรษฐกิจย่อมๆได้สบายๆ จะเล่าให้ฟังถึงตอนที่ “ไม่เหลืออะไรเลย” ก่อนจะหลุดปากแบบไม่ตั้งใจว่าพ่อแม่ออกค่าเช่าให้ อยู่ในประกันสุขภาพของครอบครัวจนถึง 30 แล้วก็มีทางเลือกย้ายกลับเข้าบ้านสวยๆที่มีตู้แช่ไวน์กับหมาโกลเด้นได้ตลอดเวลา คนพวกนี้คิดว่าความลำบากคือการดื่มไวน์ถูกลงสักหกเดือนแล้วไม่ได้นั่ง business class แล้วก็มาสอนเราว่าชีวิตต้องกล้าเสี่ยง

ความต่างที่ใหญ่ที่สุดระหว่างคนรวยกับคนอื่นๆคือคนรวยไม่เคยเจอความเป็นไปได้ที่น่ากลัวจริงๆว่าชีวิตจะพังราบ ความล้มเหลวของเขาเป็นแค่สะดุดชั่วคราว เป็นแค่ ef ด้วยซ้ำ ไม่ใช่หายนะที่ทำชีวิตพังเหมือนพวกเราที่เหลือ ถ้า startup เจ๊ง เขาก็ไป “reset” ที่บ้านของตระกูล หรือพึ่งเพื่อนรวยๆกับ connection ไปจนกว่าโอกาสหน้าจะโผล่มา ถ้าคนธรรมดาล้ม ก็เริ่มเสิร์ช google ว่ากินแต่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปนับเป็นนิสัยแปลกๆเก๋ๆได้ไหม คนรวยมีร่มชูชีพล่องหนล้อมตัวอยู่ตลอด พ่อแม่ที่มีเงิน เงินสำรองฉุกเฉิน เส้นสายในครอบครัว บัญชีลงทุน ทนายความ วงเน็ตเวิร์ก และเพื่อนที่ “ฝากสายให้ได้” ส่วนคนธรรมดาห่างจากการผูกพันทางจิตวิญญาณกับค่าธรรมเนียมเบิกเกินบัญชีแค่บิลค่ารักษาพยาบาลใบเดียว

แล้วเรื่องสุขภาพ... คนรวยพอมีอาการก็เข้าถึงหมอเฉพาะทาง สแกน การดูแลเชิงป้องกัน คลินิกเอกชน เวลาพักฟื้น และหมอที่ตอบอีเมลจริงๆได้ทันที ส่วนคนอื่นใช้เวลาสองสัปดาห์ทำเป็นว่าอาการเจ็บหน้าอกคงแค่ stress เพราะการไปโรงพยาบาลอาจทำให้พังทางการเงินทันที อย่างน้อยอาการเจ็บหน้าอกก็ยังให้เวลาอีกสองสามเดือน คนรวยชอบเทศนาเรื่องความมั่นใจกับความทะเยอทะยาน เพราะทั้งชีวิตเขาบุนวมกันผลที่ตามมาไว้หมดแล้ว อยู่ในย่านที่ปลอดภัยกว่า ขับรถที่ปลอดภัยกว่า ทำงานที่ปลอดภัยกว่า และโยนเงินใส่ปัญหาได้ก่อนที่ปัญหาจะกลายเป็นหายนะ

แล้วก็หันมามองคนอื่นแล้วพูดประมาณว่า “ก็แค่ต้องเดิมพันกับตัวเอง” ซึ่งเป็นคำแนะนำที่ให้ง่ายมาก เวลาที่แพ้เดิมพันแล้วก็ยังลงเอยอย่างปลอดภัยในเรือนรับรองของบ้านพ่อแม่ แทนที่จะมานั่งคิดว่ายาสีฟันเป็นของที่จำเป็นต้องซื้อจริงไหม

Thoughts

  • klua_dokbia

    เห็นด้วยกับกลไกแต่ไม่ค่อยชอบวิธีเล่า ตอนที่โพสต์ไปลงที่"คนรวยดื่มไวน์ถูกลงแล้วคิดว่าลำบาก" มันเปลี่ยนเรื่อง buffer ทางการเงินที่ถูกต้องให้กลายเป็นการด่าคนรวยเฉยๆ ประเด็นที่แข็งจริงคือ ความมั่นใจของเขามาจากการที่ไม่เคยต้องจ่ายราคาของความผิดพลาดเต็มจำนวน อันนั้นพิสูจน์ได้ ส่วนเรื่องตู้แช่ไวน์กับหมาโกลเด้นมันแค่ทำให้คนอ่านที่ควรเห็นด้วยรู้สึกว่ากำลังโดนด่าไปด้วย

    Permalink
  • index_sangop

    คำที่ตรงที่สุดในโพสต์คือ"ร่มชูชีพล่องหน" จริงๆมันคือเรื่อง downside มากกว่าเรื่อง upside คนที่มีพ่อแม่ออกค่าเช่าให้กับอยู่ในประกันสุขภาพครอบครัวถึง30 เขาเล่นเกมที่ขาดทุนได้แค่เท่าทุน ส่วนคนที่ล้มแล้วไม่มีใครรับ เขาเล่นเกมที่ขาดทุนได้ถึงติดลบ พอ floor ไม่เท่ากันความกล้าเสี่ยงมันเลยไม่ใช่เรื่องนิสัย มันคือเรื่องว่าใครรับผลพลาดไหว

    Permalink
  • loktaek_thukwan

    ชอบท่อน"ความล้มเหลวของเขาเป็นแค่ ef" คนรวยถือ ef ทั้งชีวิต ส่วนเราถือใบ ม.ใบเดียวก็เกินจะแบกแล้ว

    Permalink
  • siadai_option

    พูดในฐานะคนเคยเจ๊งจริงนะ ตอนพอร์ตผมโดนล้างเพราะเล่น option เกินตัว สิ่งที่ทำให้รอดไม่ใช่ความเก่งหรือความกล้า มันคือมีที่ให้กลับไปนอนแล้วยังมีข้าวกิน ไอ้คำว่า"reset ที่บ้านตระกูล"ในโพสต์นี่จริงเกินไป คนที่มี reset button เขากล้าเทหมดหน้าตักได้ เพราะแพ้แล้วก็แค่กดเริ่มใหม่ ส่วนคนที่ไม่มีปุ่มนั้นแพ้ครั้งเดียวจบเลย

    Permalink
  • setthakit_feel

    เห็นด้วยกับ95%ของโพสต์แต่ขอเถียงข้อเดียว มันด่าคนรวยเหมารวมจนลืมว่าบางคนก็เริ่มจากศูนย์จริงๆแล้วค่อยสร้าง buffer ขึ้นมาเอง ปัญหาไม่ใช่"คนรวย"แต่เป็นคนที่ได้ buffer มาฟรีแล้วมาเทศน์เหมือนตัวเองหามาเอง สองกลุ่มนี้ไม่เหมือนกัน พอเหมารวมหมดคนที่ไต่ขึ้นมาจริงๆก็เลยไม่ฟังที่เราพูดต่อ

    Permalink
  • klua_thun_lud

    ท่อน"ยาสีฟันเป็นของจำเป็นต้องซื้อจริงไหม"นี่ตลกร้ายเพราะมันจริง เพื่อนถังแตกแบบเดียวกันเคยคุยกันจริงจังว่าเดือนนี้ซื้อยาสีฟันหรือใช้เกลือไปก่อน ตอนนั้นไม่ได้คิดว่าตัวเองกำลัง"เดิมพันกับตัวเอง" คิดแค่ว่าจะรอดสิ้นเดือนยังไง

    Permalink
  • index_sangop

    ลองแยกของที่โพสต์เรียก"ร่มชูชีพ"ออกเป็นข้อๆจะเห็นชัดว่ามันคือต้นทุนความเสี่ยงที่ถูกจ่ายไปแล้วล่วงหน้า

    • เงินสำรองฉุกเฉิน แปลว่าพลาดได้โดยไม่ต้องกู้นอกระบบ

    • ประกันสุขภาพครอบครัว แปลว่าป่วยแล้วไม่ล้มละลาย

    • เส้นสายในครอบครัว แปลว่าตกงานแล้วมีงานต่อก่อนเงินหมด

    สามอย่างนี้คนทั่วไปต้องเอาเงินสดไปซื้อทีละชิ้น ส่วนคนรวยได้มาฟรีตั้งแต่เกิด พอไม่เคยต้องซื้อเองเลยนึกว่ามันไม่ใช่ส่วนหนึ่งของความสำเร็จ

    Permalink