Loading…

คริสต์ชนทุกคนก็คือคริสต์ชน แล้วจะตั้งด่านวัดความเป็นพวกกันไปทำไม?

LordMonroe
สาธารณะ 16 บทสนทนา 22 ความคิด 16 โหวตเห็นด้วย 7 โหวตลง 0 ซีรีส์ 49 การเข้าชม

วันนี้ผมนึกขึ้นมาได้อย่างหนึ่ง หลายศตวรรษที่ผ่านมา โดยเฉพาะในโลกที่พูดภาษาอังกฤษ ชาวคาทอลิกมักถูกวาดภาพว่างมงาย ต่อต้านปัญญา เป็นปฏิปักษ์กับเสรีภาพ และเชื่อฟังอำนาจอย่างมืดบอด ส่วนหนึ่งมาจากความขัดแย้งที่เกิดขึ้นจริง อีกส่วนมาจากการโต้แย้งทางศาสนาของฝ่ายโปรเตสแตนต์ที่สั่งสมมานานหลายร้อยปี และจากสิ่งที่นักประวัติศาสตร์เรียกว่า Black Legend ไม่ว่าทางไหน ภาพนั้นก็ฝังลึกอยู่ในวัฒนธรรมตะวันตกไปแล้ว

In groups

เนื้อหาการสนทนา

วันนี้ผมนึกขึ้นมาได้อย่างหนึ่ง หลายศตวรรษที่ผ่านมา โดยเฉพาะในโลกที่พูดภาษาอังกฤษ ชาวคาทอลิกมักถูกวาดภาพว่างมงาย ต่อต้านปัญญา เป็นปฏิปักษ์กับเสรีภาพ และเชื่อฟังอำนาจอย่างมืดบอด ส่วนหนึ่งมาจากความขัดแย้งที่เกิดขึ้นจริง อีกส่วนมาจากการโต้แย้งทางศาสนาของฝ่ายโปรเตสแตนต์ที่สั่งสมมานานหลายร้อยปี และจากสิ่งที่นักประวัติศาสตร์เรียกว่า Black Legend ไม่ว่าทางไหน ภาพนั้นก็ฝังลึกอยู่ในวัฒนธรรมตะวันตกไปแล้ว

แล้ว Hollywood ก็เข้ามา รับเอาสมมติฐานพวกนั้นมาด้วยมากมาย เราเห็นหนังกี่เรื่องแล้วที่ตัวละครทางศาสนาเป็นพวกใจแคบ กลัววิทยาศาสตร์ หมกมุ่นกับกฎเกณฑ์ หรือพยายามควบคุมชีวิตคนอื่น

สิ่งที่ผมว่าน่าสนใจคือ ผมไม่คิดว่าภาพเหมารวมพวกนั้นจำกัดอยู่แค่ชาวคาทอลิก ถึงจุดหนึ่งคนก็เลิกแยกแยะ ภาพเหมารวมกลายเป็น "คริสต์ชน"

บาทหลวงกลายเป็นศาสนาจารย์ คาทอลิกกลายเป็นอีแวนเจลิคัล ภาพล้อเก่าๆของนิกายหนึ่งค่อยๆกลายเป็นภาพล้อของศาสนาทั้งศาสนา Black Legend ย้อนกลับมาทำร้ายตัวเอง และที่ตลกร้ายคือคริสต์ชนเองนั่นแหละที่ช่วยให้มันเกิดขึ้น โปรเตสแตนต์ใช้เวลาหลายศตวรรษโจมตีคาทอลิก คาทอลิกก็โจมตีโปรเตสแตนต์กลับ ทุกนิกายดูจะกระตือรือร้นที่จะอธิบายว่าทำไมฝ่ายอื่นถึงเป็นปัญหา

ขณะเดียวกัน วัฒนธรรมในวงกว้างก็มองพวกเราทั้งหมดแล้วสรุปว่าตัวศาสนาคริสต์เองนั่นแหละที่เป็นปัญหา ผมรู้สึกหดหู่กับเรื่องนี้ เพราะคริสต์ชนธรรมดาๆที่ผมรู้จักส่วนใหญ่ไม่ใช่คนแบบในภาพเหมารวมพวกนั้น พวกเขาเป็นครู วิศวกร พยาบาล นักวิทยาศาสตร์ พ่อแม่ และเพื่อนบ้านที่พยายามใช้ชีวิตตามความเชื่อของตัวเองให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้

เรายังมีข้อต่างทางเทววิทยาอยู่ และข้อต่างพวกนั้น... เอาเข้าจริงก็ไม่ได้สำคัญอะไรมากนัก แต่บางทีผมก็อดสงสัยไม่ได้ว่าเราทุ่มพลังไปกับการสู้รบกันเองมากเสียจนลืมไปว่าในสายตาคนอื่นเราดูเป็นยังไง สำหรับหลายคนที่อยู่นอกพระศาสนจักร เราไม่ใช่คาทอลิก โปรเตสแตนต์ ออร์โธดอกซ์ หรืออะไรอื่น เราเป็นแค่คริสต์ชน

บางทีก็ถึงเวลาที่เราควรจำเรื่องนี้ไว้บ้างเหมือนกัน

Thoughts

  • prawat_thongthin

    ตรงคำว่า Black Legend ขอเสริมนิดนึง เรื่องเล่าใหญ่ว่าโปรเตสแตนต์ปั้นภาพคาทอลิกเป็นพวกงมงายมันไม่ผิด แต่พอลงไปดูเอกสารยุคนั้นมันไม่ได้มาจากศาสนาล้วน มันพันกับการเมืองรัฐ การแย่งอาณานิคม และสงครามระหว่างสเปนกับอังกฤษด้วย ภาพล้อทางศาสนาหลายอันจริงๆเป็นเครื่องมือโฆษณาชวนเชื่อของรัฐที่ยืมเสื้อศาสนามาใส่ ตรงนี้ไม่ได้แย้งประเด็นคุณ แค่ตัวร้ายมันเยอะกว่าแค่นิกายคู่แข่ง

    Permalink
  • priap_satsana

    แพตเทิร์นที่คุณเล่าไม่ได้เกิดแค่กับคริสต์ศาสนานะ ในไทยเองคนนอกก็มักมองพุทธเป็นก้อนเดียว ทั้งที่ข้างในมีเถรวาทสายปฏิบัติ สายวิชาการ สำนักวัดป่า สายที่ปนพราหมณ์ปนผี ต่างกันลิบลับ คนข้างในทะเลาะกันว่าใครพุทธแท้ ส่วนคนข้างนอกเห็นแค่พระห่มเหลือง พอกลุ่มไหนถูกมองจากข้างนอก รายละเอียดข้างในมันยุบลงเป็นภาพเดียวเสมอ ที่น่าสนใจคือกลไกนี้มันเหมือนกันข้ามศาสนา แต่สิ่งที่แต่ละศาสนายอมยุบทิ้งกับสิ่งที่ยอมไม่ได้ ต่างกันมาก

    Permalink
  • ork_chak_sattha

    ฉันเคยอยู่ในโบสถ์อีแวนเจลิคัลมาสิบกว่าปีก่อนจะออกมา อ่านโพสต์นี้แล้วรู้สึกแปลกๆนิดหน่อย ตอนอยู่ข้างในเราไม่ได้มองคาทอลิกเป็นพี่น้องคริสต์ชนเลยนะ พาสเตอร์เคยพูดบนเวทีตรงๆว่าคาทอลิกยังไม่รอด ต้องมารับเชื่อใหม่ มันไม่ใช่แค่ข้อต่างทางเทววิทยาที่คุยกันสุภาพๆ มันคือเส้นแบ่งว่าใครเป็นพวกเดียวกันจริงๆ ภาพ คริสต์ชนคือคริสต์ชน ที่คุณวาดมันสวยกว่าที่ฉันเคยเจอข้างในเยอะ

    Permalink
  • thomist_khwamkhit

    ผมเห็นด้วยกับแกนกลางที่คุณพูด คนนอกพระศาสนจักรเขาเห็นเราเป็นก้อนเดียวจริง และเราก็ทุ่มเวลากับการตีกันเองมากเกินไปจริง แต่ตรงประโยคที่ว่าข้อต่างทางเทววิทยาเอาเข้าจริงไม่สำคัญ ผมขอแย้งตรงนั้น สิ่งที่ไม่สำคัญในสายตาคนนอกอาจเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในสายตาคนใน เรื่องศีลมหาสนิทเป็นแค่สัญลักษณ์หรือเป็นพระกายจริง อำนาจชี้ขาดอยู่ที่พระคัมภีร์อย่างเดียวหรืออยู่ที่ธรรมประเพณีด้วย พวกนี้ไม่ใช่รายละเอียดปลีกย่อย มันคือคำถามว่าความจริงอยู่ตรงไหน การยอมรับว่าเราถูกเหมารวมไม่จำเป็นต้องแลกมาด้วยการแกล้งทำว่าความต่างมันจางลง

    Permalink
  • man_mai_ru

    ในฐานะคนนอกที่คุณพูดถึง ผมยืนยันได้ว่าภาพที่คุณกลัวมันเป็นจริง คนข้างนอกส่วนใหญ่แยกคาทอลิกกับโปรเตสแตนต์ไม่ออกหรอก และไม่ได้สนใจจะแยกด้วย แต่ผมอยากเติมอีกชั้นหนึ่ง สิ่งที่ทำให้คนข้างนอกหมั่นไส้ไม่ใช่ตัวความเชื่อ มันคือเวลาความเชื่อถูกใช้เป็นอำนาจกับคนที่ไม่ได้สมัครใจอยู่ใต้มัน ภาพเหมารวมเรื่องควบคุมคนอื่นไม่ได้ลอยมาจากอากาศ มันโตมาจากเคสที่ศาสนาไปกำหนดกฎหมายหรือชีวิตคนที่ไม่ได้เชื่อด้วย ถ้าจะแก้ภาพนี้ การเลิกตีกันเองอย่างเดียวอาจไม่พอ

    Permalink
  • khwamhen_phet

    สรุปสั้นๆคือพวกที่ใช้เวลาหลายร้อยปีพิสูจน์ว่าอีกฝ่ายไม่ใช่คริสต์ชนตัวจริง ตอนนี้งงว่าทำไมคนข้างนอกถึงคิดว่าคริสต์ชนมีปัญหา งานเข้าจากในบ้านล้วนๆ

    Permalink

Related discussions

  • ไม่ใช่ศาสนจักรที่ทำให้รัฐเสื่อม แต่รัฐต่างหากที่ทำให้ศาสนจักรเสื่อม — จริงไหม?

    ศาสนจักรของคอนสแตนตินกลายเป็นเครื่องมือทางการเมืองของจักรวรรดิภายในชั่วอายุคนเดียว บิชอปของฟรังโกกลายเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดในการขโมยเด็ก พระสังฆราชคิริลล์อวยพรให้สงคราม คำถามไม่ใช่ว่าคุณจะได้อิทธิพลทางการเมืองหรือไม่ คำถามคือสิ่งที่คุณเริ่มต้นไว้จะเหลืออะไรเมื่อคนที่ต้องการอิทธิพลนั้นใช้มันจนหมดแล้ว

  • "ทำไมท่านจึงมองเห็นผงในตาของพี่น้อง แต่ไม่สังเกตเห็นท่อนซุงในตาของตัวเอง?"

    มีคำพูดแบบหนึ่งของคริสต์ชนที่ทำให้ผมรู้สึกไม่สบายใจมาตลอด ไม่ใช่ภาษาของความเชื่อมั่นทางศีลธรรมในตัวมันเอง คริสต์ศาสนาไม่เคยขลาดที่จะเรียกบาปว่าบาป แต่เป็นน้ำเสียงที่แทรกเข้ามาตอนที่ความเชื่อมั่นค่อยๆแปรเป็นความมั่นใจในตัวเอง ราวกับว่าผู้พูดได้ก้าวออกไปยืนนอกสภาพที่ตัวเองกำลังบรรยายถึง

  • ถ้าศรัทธาและเหตุผลคือปีกสองข้างของจิตวิญญาณจริง แล้วทำไมเราถึงถูกสอนว่าศาสนาคริสต์กลัวความรู้?

    หนึ่งในภาพจำที่ฝังหัวคนมากที่สุดเกี่ยวกับศาสนาคริสต์คือมันกลัวความรู้ เรื่องเล่ามันคุ้นหู ศาสนาวางอยู่บนศรัทธา วิทยาศาสตร์วางอยู่บนหลักฐาน ฝ่ายหนึ่งตั้งคำถาม อีกฝ่ายกดมันไว้ พระเอกคือคนที่ท้าทายอำนาจทางศาสนา ส่วนศาสนจักรยืนเป็นสถาบันที่พยายามรั้งพวกเขาไว้ มีบางช่วงในประวัติศาสตร์ที่หนุนเรื่องเล่านี้อยู่บ้าง ศาสนจักรเคยทำผิด บางครั้งก็ต้านความคิดใหม่ คดีกาลิเลโอ…

  • therapy ก็แค่การแก้บาปที่ชำรุดไม่ใช่หรือ?

    หนึ่งในเรื่องที่ตลกที่สุดของวัฒนธรรมโลกีย์สมัยใหม่ คือการได้เห็นคนค่อยๆประดิษฐ์ศาสนาคริสต์ขึ้นมาใหม่ทีละชิ้น ทั้งที่วางท่าว่าตัวเองเหนือกว่าทางปัญญาอยู่ตลอดเวลา คนเลิกแก้บาปแล้วหันไปจ่ายชั่วโมงละ 240 ดอลลาร์บวกภาษี ให้คนนั่งฟังตัวเองพรรณนาความรู้สึกผิดในห้องแสงนวลๆ เลิกพูดเรื่องบาปแล้วเปลี่ยนไปเรียกว่า "trauma ที่ยังไม่ได้ประมวลผล" เลิกพูดเรื่องการกลับใจแล้วเปลี่ยนไปเรียกว่า "doing the work" เลิกการพิจารณามโนธรรมแล้วเปลี่ยนไปเป็น journaling…

  • จักรวาลปลอดภัยพอจะเอามาศึกษาได้ ก็เพราะเอกเทวนิยมแบบคาทอลิกไม่ใช่หรือ?

    เราเล่าเรื่องวิทยาศาสตร์ให้เป็นการตัดขาดจากศาสนาอย่างสะอาดได้ง่ายมาก ยุคแห่งความรู้แจ้งเข้าแทนความงมงาย การสังเกตเข้าแทนศรัทธา เหตุผลเข้าแทนอำนาจ ฟังดูเป็นระเบียบดี และเข้าทางสมมติฐานของคนสมัยใหม่พอดี แต่เรื่องเล่านี้พลาดอะไรบางอย่างที่น่าสนใจกว่า และพูดตรงๆว่ามันอึดอัดต่อเรื่องเล่านั้นมากกว่าด้วย นั่นคือความคิดที่ว่าจักรวาลเข้าใจได้ตั้งแต่แรกนั้นไม่ใช่สิ่งที่แจ่มชัดในตัวเอง มันเป็นข้ออ้างทางอภิปรัชญา และเอกเทวนิยมแบบคาทอลิกคือหนึ่งในเหตุผลทางประวัติศาสตร์สำคัญที่ทำให้ข้ออ้างนั้น…

  • หลักการปล่อยวางของพุทธศาสนาเป็นรากฐานของระบบศีลธรรมที่ดีได้จริงหรือ?

    มีอยู่อย่างหนึ่งเรื่องพุทธศาสนาที่ผมสลัดออกจากใจไม่เคยได้เลย คือวิสัยทัศน์ทางศีลธรรมของมันดูตั้งอยู่บนรากฐานที่ผมเห็นว่าผิดพลาดมาตั้งแต่ต้น ผมไม่ได้พูดถึงคุณธรรมทุกอย่างที่มันส่งเสริมนะ การไม่ใช้ความรุนแรงเป็นเรื่องดี การควบคุมตัวเองเป็นเรื่องดี ความอดทนก็ดี การไม่ปล่อยให้ความโลภหรือความโกรธมาครอบงำก็ดีอยู่แล้ว คริสต์ชนควรยอมรับคุณธรรมได้ไม่ว่าจะเจอมันที่ไหน สิ่งที่ผมติดใจคือหลักการที่อยู่ใต้คุณธรรมเหล่านั้น

  • ในฐานะคาทอลิกคนหนึ่ง ผมถามว่าข้อโต้แย้งต้านการทำแท้งแบบคาทอลิกมันชัดเจนจริงอย่างที่ดูเหมือนไหม?

    ผมเข้าใจว่าทำไมพระศาสนจักรจึงพูดเรื่องการทำแท้งในเชิงสมบูรณ์เด็ดขาด พอเชื่อว่าชีวิตมนุษย์เริ่มขึ้นตั้งแต่ปฏิสนธิในเชิงศีลธรรมที่ชี้ขาด ข้อสรุปก็ดูชัดเจนไปเอง แต่สิ่งที่สะดุดใจผมเวลาอ่านทั้งพระคัมภีร์และความจริงทางชีววิทยาของมนุษย์ คือความแน่ใจนั้นวิ่งเข้าชนความซับซ้อนที่วาทศิลป์แบบนี้ไม่รู้จะรับมือยังไงเร็วแค่ไหน

  • Simulation theory ต่างจากเทวนิยมตรงไหน หรือแค่เพิ่มขั้นตอนเข้าไป?

    หนึ่งในความเคลื่อนไหวทางความคิดที่ขำที่สุดในรอบสิบปีคือการได้เห็นพวกที่ประกาศตัวเป็น secular แบบสุดโต่งคิดค้นศาสนาขึ้นมาใหม่โดยใช้ศัพท์คอมพิวเตอร์ แล้วก็ทำเหมือนว่าแบบนี้มันทำให้ไอเดียดูมีเหตุผลขึ้น Simulation theory คือตัวอย่างที่ชัดที่สุด แนวคิดพื้นฐานคงคุ้นกันดีแล้ว แต่ผมขอสรุปไว้ตรงนี้ จักรวาลของเราอาจเป็น simulation ที่ถูกสร้างขึ้นโดยปัญญาที่ล้ำหน้ากว่ามาก ความจริงน่าจะถูกเขียนโปรแกรมเอาไว้ จิตสำนึกอาจดำรงอยู่ภายในระบบที่ถูกออกแบบ กฎของ…