ท่อนที่ว่าแชมป์ทุกคนกลายเป็นว่าเคยปล้ำมาก่อนเป็นอย่างแรกนี่คือทั้งประวัติศาสตร์กรงในประโยคเดียว ดูการ์ดตั้งแต่ยุค90 จนถึงเมื่อคืน base ที่ตัดสินว่าไฟต์จะลงพื้นไหมมันอยู่กับนักปล้ำเสมอ คนสายstrikerสวยๆเดินเข้ามาอย่างภูมิใจแล้วนอนหงายในยกแรก ตรงตามที่โพสต์เขียนเป๊ะ ที่ตลกคือมันเป็นศิลปะเดียวที่ไม่มีตำนานลมปราณข้ามลานจอดรถมาขาย เพราะมันไม่ต้องโม้ ผลในกรงมันโม้ให้เอง
มวยปล้ำเหนื่อยเกินกว่าจะตั้งลัทธิบูชาตัวเองแบบศิลปะการต่อสู้อื่นๆหรือเปล่า?
ศิลปะการต่อสู้ทุกแขนงสุดท้ายก็งอกศาสนาขึ้นมาเอง คาราเต้ได้ kata กับศัตรูล่องหน ยิวยิตสูได้แผนผังสายตระกูล สายคาดที่เย็บวิญญาณคนทั้งคนเข้าไป กับคำว่า professor มวยไทยอิสราเอลอย่าง krav maga ได้ข้ออ้างว่าโหดเกินกว่าจะสปาร์ได้ กังฟูได้คนที่ปล่อยพลังลมปราณล้มเราได้ข้ามลานจอดรถ เขาว่าอย่างนั้นนะ ตอนไม่มีกล้องเปิดอยู่ ไอคิโดได้ dojo ที่ทุกคนนัดกันไว้ล่วงหน้าแล้วว่าจะล้มเอง แต่ละแขนงก็สร้างวัดเล็กๆของตัวเองแล้วขายตั๋วเข้าชม
In groups
คิด
ท่อนที่ว่าแชมป์ทุกคนกลายเป็นว่าเคยปล้ำมาก่อนเป็นอย่างแรกนี่คือทั้งประวัติศาสตร์กรงในประโยคเดียว ดูการ์ดตั้งแต่ยุค90 จนถึงเมื่อคืน base ที่ตัดสินว่าไฟต์จะลงพื้นไหมมันอยู่กับนักปล้ำเสมอ คนสายstrikerสวยๆเดินเข้ามาอย่างภูมิใจแล้วนอนหงายในยกแรก ตรงตามที่โพสต์เ
เนื้อหาโพสต์
ศิลปะการต่อสู้ทุกแขนงสุดท้ายก็งอกศาสนาขึ้นมาเอง คาราเต้ได้ kata กับศัตรูล่องหน ยิวยิตสูได้แผนผังสายตระกูล สายคาดที่เย็บวิญญาณคนทั้งคนเข้าไป กับคำว่า professor มวยไทยอิสราเอลอย่าง krav maga ได้ข้ออ้างว่าโหดเกินกว่าจะสปาร์ได้ กังฟูได้คนที่ปล่อยพลังลมปราณล้มเราได้ข้ามลานจอดรถ เขาว่าอย่างนั้นนะ ตอนไม่มีกล้องเปิดอยู่ ไอคิโดได้ dojo ที่ทุกคนนัดกันไว้ล่วงหน้าแล้วว่าจะล้มเอง แต่ละแขนงก็สร้างวัดเล็กๆของตัวเองแล้วขายตั๋วเข้าชม
มวยปล้ำไม่เคยมีเวลาไปทำแบบนั้น มวยปล้ำมันเหนื่อยเกินไป
เราจะปั้นความขลังให้กีฬาที่เริ่มซ้อมตี 5 ครึ่งด้วยการวิ่งวอร์ม 2 ชั่วโมง ขึ้นเขาทั้งขาไปและขากลับ ได้ยังไง ไม่มีภาษาสันสกฤตเพราะไม่มีใครเหลือน้ำลายพอจะออกเสียงมัน ไม่มีอาจารย์ มีแต่โค้ชใส่เสื้อแจ็กเก็ตกันลมชื่อ Coach ไม่มีสายคาด มีแต่ singlet ซึ่งก็คือชุดว่ายน้ำหรูๆชุดหนึ่ง ไม่มีม้วนสายตระกูลบนผนัง มีแต่คลิปบอร์ด คำศัพท์ทั้งหมดที่กีฬานี้พูดกันมีแค่ "ก็แค่ปล้ำกัน" พูดเรียบๆ ออกจากปากเด็กที่ไม่ได้แตะคาร์โบไฮเดรตมาตั้งแต่หน้าใบไม้ผลิ แล้วตอนนี้กลัวองุ่นลูกเดียว เพราะองุ่นลูกนั้นหนัก 4 ออนซ์ แล้วชั่งน้ำหนักวันศุกร์
นี่คือผู้ชายที่รีดน้ำตัวเองจนกลายเป็นลูกเกดเพื่อทำน้ำหนักให้ลง 132 ปอนด์สำหรับแข่ง น้ำตาลในเลือดเขาไม่เหลือพอจะสร้างโลกทัศน์อะไรขึ้นมา เขามีหูดอกกะหล่ำทั้งสองข้าง ปั้นมาจากการเสียดสีตลอดหลายปี แล้วเขาจะตายไปโดยไม่เคยพูดถึงมันเองสักครั้ง เพราะการจะหยิบมันมาพูดต้องใช้แรง แล้วก็เพราะเขาลืมไปจริงๆว่ามันอยู่ตรงนั้น ถามเรื่องเทคนิคเขา เขาตอบว่าก็ซ้อม takedown กัน ถามว่าทำอะไรอยู่ เขาตอบว่าเคยปล้ำตอนเรียนมหาลัย พูดเป็นอดีต แบบเดียวกับที่เราพูดว่าเคยเป็นโรคโมโนนิวคลิโอซิสมาทีหนึ่ง
แล้วนี่คือส่วนที่น่าจะทำให้คนอื่นทั้งโรงยิมหน้าแตก มันคือฐานที่ดีที่สุดบนโลก คนสายยิวยิตสูที่มีแผนผังสายตระกูล แอบกลัวนักมวยปล้ำ เพราะนักมวยปล้ำเป็นคนตัดสินว่าจะให้การต่อสู้ลงไปถึงพื้นหรือเปล่า นักสายหมัดเตะที่มีคลิปไฮไลต์ก็กลัวเขาด้วยเหตุผลเดียวกัน เพราะคลิปพวกนั้นไม่มีความหมายเลยตอนนอนหงายอยู่ กีฬาที่มีแผนกการตลาดห่วยที่สุดในประวัติศาสตร์กีฬาต่อสู้ ก็คือกีฬาที่แชมป์ทุกคนกลายเป็นว่าเคยเล่นมาก่อนเป็นอย่างแรก ทั้งหมดมันได้ผลก็เพราะไม่มีใครเหลือแคลอรีพอจะไปสร้างแบรนด์ครอบมันไว้ มันเลยถูกเก็บไว้บริสุทธิ์ รีดน้ำหนักทิ้ง ข้ามความขลัง เก็บไว้แค่ส่วนที่ชนะ Coach พูดถูก ก็แค่ปล้ำกัน
WWE ขอนับเป็นกีฬาคนละอย่างนะ...
Thoughts
-
Permalinkท่อนที่ว่าแชมป์ทุกคนกลายเป็นว่าเคยปล้ำมาก่อนเป็นอย่างแรกนี่คือทั้งประวัติศาสตร์กรงในประโยคเดียว ดูการ์ดตั้งแต่ยุค90 จนถึงเมื่อคืน base ที่ตัดสินว่าไฟต์จะลงพื้นไหมมันอยู่กับนักปล้ำเสมอ คนสายstrikerสวยๆเดินเข้ามาอย่างภูมิใจแล้วนอนหงายในยกแรก ตรงตามที่โพสต์เขียนเป๊ะ ที่ตลกคือมันเป็นศิลปะเดียวที่ไม่มีตำนานลมปราณข้ามลานจอดรถมาขาย เพราะมันไม่ต้องโม้ ผลในกรงมันโม้ให้เอง
-
Permalinkคำศัพท์ทั้งกีฬามีแค่ก็แค่ปล้ำกัน ส่วนสำนักที่มีคำศัพท์สันสกฤตทั้งกำแพงคือสำนักที่ไม่เคยมีใครต้องการพูดน้อยลงเพราะเหนื่อย
-
Permalinkชอบทั้งโพสต์ครับ แต่ขอติงประโยคที่ว่าคนสายยิวยิตสูแอบกลัวนักมวยปล้ำ มันถูกครึ่งเดียว นักปล้ำตัดสินได้ว่าจะลงพื้นไหมก็จริง แต่พอลงไปถึงพื้นแล้วมันคือบ้านของพวกผม นักปล้ำที่ไม่รู้จักguardคือคนที่พาตัวเองเข้าไปนั่งในตำแหน่งที่ผมรออยู่พอดี takedownของเขาคือบริการรับส่งฟรีไปสู่อาร์มบาร์ครับ
-
Permalinkท่อนรีดน้ำหนักลง132ปอนด์แล้วกลัวองุ่นลูกเดียวนี่อ่านแล้วขนลุก เคยคุมเพื่อนลงแข่งพาวเวอร์รุ่นเล็ก สามวันสุดท้ายมันตัดน้ำ ตัดคาร์บ จนยกwarm-upยังพลาด แต่พอขึ้นเวทีตัวเลขมันจริง เด็กปล้ำมันไม่มีเวลามานั่งปั้นปรัชญาเพราะน้ำตาลในเลือดมันเหลือศูนย์ พวกที่มีเวลาตั้งลัทธิคือพวกที่ไม่เคยซ้อมหนักพอจะหมดแรงพูด
-
Permalinkโพสต์จับจุดที่ผมเสียเงินไปกับมันสามปีได้พอดี ลัทธิบูชาตัวเองมันคือแผนกการตลาด ไม่ใช่ศิลปะ สำนักในห้างที่ผมเซ็นสัญญาขายผมครบ ทั้งสายตระกูลเก้ารุ่น ทั้งคำว่าอาจารย์ ทั้งพิธีมอบสาย รวมเป็นเงิน120,000บาท สิ่งเดียวที่เขาไม่เคยขายคือชั่วโมงที่ต้องเหนื่อยจริง เพราะถ้าเหนื่อยจริงคนมันจะลาออก แล้วautopayก็จะหยุด มวยปล้ำไม่มีแบรนด์ครอบก็เพราะมันขายความเหนื่อยอย่างเดียว ซึ่งไม่มีใครซื้อ