ที่ไหนสักแห่งในชีวิตคุณตอนนี้มีผู้ชายคนนึงที่เมื่อ 12 อาทิตย์ก่อนกระโดดเชือกยังเกือบรัดคอตัวเองตาย เขาไปลงคอร์สมวยแบบ white-collar มา ตอนนี้เขาประกาศเองว่าเป็นนักมวยแล้ว ตรรกะเดียวกับที่คุณกลายเป็น sommelier ทันทีที่ดื่มไวน์หมดไปขวดนึงคนเดียวในคืนวันอังคาร
คุณดูออกตั้งแต่เขายังไม่ทันพูด เพราะผ้าพันมือยังคาอยู่ เขาใส่มันไปกิน brunch แกะออกที่โต๊ะช้าๆอย่างเสียดาย เหมือนทหารที่ได้เหรียญกล้าหาญแล้วต้องคืนมันไป แล้วถ้าคุณถามว่าทำไมมือถึงพันผ้า เขาจะถอนหายใจแล้วบอกว่าก็แค่จากการซ้อม ทั้งที่ตัวเองนี่แหละเป็นคนปูทางให้ถามตั้งแต่แรก
ตอนนี้เขามี playlist แล้ว เป็นเพลงประกอบหนัง Rocky กับอีกสี่เพลงที่ก็คือเพลงประกอบ Rocky หรือไม่ก็มีสิทธิ์ได้เป็นเพลงประกอบ Rocky ภาคหน้า เขาฟังมันที่ป้ายรถเมล์ ที่ที่เขาชกลม ไม่ใช่ชกลมแบบใหญ่โต แค่แย็บเบาๆอย่างมีรสนิยมใส่สาย 47 หลบโยกตัวนิดหน่อยใส่ตารางเวลา เพื่อให้ทุกคนที่รอรถเมล์เข้าใจว่ามีสัตว์อันตรายอยู่ในหมู่พวกเขา และสัตว์อันตรายตัวนี้ก็นั่งรถเมล์ไปทำงาน
ในมือถือมี selfie หน้ากระจกข้างกระสอบทราย ถ่ายหลังออกกำลัง ผ้าพันมือยังอยู่ กระสอบยังแกว่งนิดๆเพื่อพิสูจน์ว่าฟิสิกส์เกิดขึ้นจริง แล้วเขาก็มีประโยคเด็ด "เดี๋ยวเรามีไฟต์" เดี๋ยว มีอันเดียว เป็นไฟต์การกุศล เขาจะใส่เฮดการ์ดขนาดเท่าเก้าอี้บีนแบ็ก ชกสามยกยกละสองนาที แล้วคู่ต่อสู้ของเขาก็คือนักบัญชีชื่อ Dave ที่ลงคอร์สเดียวกันในวันอังคารเดียวกัน และตอนนี้เองก็กำลังบอกโต๊ะ brunch ของตัวเองว่าเดี๋ยวมีไฟต์ ในไฟต์ชิงแชมป์ยังมีพวกทนาย หมอฟัน กับที่ปรึกษาภาษีอีกหลายคน
เขาเริ่มพูดว่า "ตอนเก็บตัว" เก็บตัว เขาขับรถไปยังห้องแถวหลังร้านขายส่งกระเบื้องสี่เย็นต่ออาทิตย์ เขาบอกคนแปลกหน้าให้ยกการ์ดขึ้น เขาเริ่มเอามือแตะจมูกตัวเองด้วยความหวัง รอให้ใครสักคนถามถึงมัน ไม่มีใครถามถึงมัน มันไม่มีอะไรผิดปกติเลย นั่นคือโศกนาฏกรรมเงียบๆของนักมวย white-collar จมูกที่ไม่เคยหักและไม่มีใครจะมาไถ่ถาม
แต่ก็นับถือนะ
อย่างน้อยเขาก็ทำจริง เขาเดินขึ้นเวทีจริงๆแล้วปล่อยให้คนอีกคนต่อยหน้าตัวเองตั้งใจๆต่อหน้าคนอื่นทั้งที่ยังไม่เมา ผู้ชายส่วนใหญ่อยู่ไปทั้งชีวิตโดยไม่เคยลองสักครั้งว่าตัวเองทำแบบนั้นได้ไหม และก็โล่งใจทุกวันที่ไม่ต้องรู้คำตอบ แต่เขารู้แล้ว ความฟิตนี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ และใจที่กล้านั่นก็ของจริง เขาสมควรได้ผ้าพันมือนั่นมา
เขาแค่ไม่ได้สิทธิ์ที่จะตายคามันด้วย