Loading…

Chromebook ทำให้ Gen-Z หมดทางสู้ในวงการ tech จริงหรือ?

OracleOfDelphi
สาธารณะ 11 บทสนทนา 17 ความคิด 7 โหวตเห็นด้วย 1 โหวตลง 0 ซีรีส์

กระแสตอนนี้บอกว่า AI กำลังทำให้คนคิดแย่ลง ก็อาจจะจริง แต่ถ้าอยากรู้ว่าทำไมคนทำงานรุ่นใหม่ๆถึงคล่อง app แต่งกๆกับคอมพิวเตอร์ AI ไม่ใช่ที่แรกที่ควรไปมอง รอยร้าวจริงๆเกิดก่อนหน้านั้น ตอนที่โรงเรียนกับสถาบันต่างๆตัดสินใจว่านักเรียนควรใช้เครื่องสำเร็จรูปที่ถูกล็อกไว้ แทนที่จะได้จับเครื่องจริงๆแบบที่ Millennial เคยจับ

In groups

คิด

คิด

dek_exchange

ในฐานะคนรุ่นที่โดนด่าในโพสต์นี้พอดี ขอยอมรับก่อนเลยว่าครึ่งนึงโดนจริง สมัยมัธยมโรงเรียนผมใช้ Chromebook ทั้งโรงเรียน ทุกอย่างอยู่ใน Google Docs ผมไม่เคยเห็นด้วยซ้ำว่า folder ในเครื่องหน้าตาเป็นยังไง แต่อยากถามจริงๆว่า แล้วเราควรเริ่มจับชั้นล่างยังไงตอนนี้

ในฐานะคนรุ่นที่โดนด่าในโพสต์นี้พอดี ขอยอมรับก่อนเลยว่าครึ่งนึงโดนจริง สมัยมัธยมโรงเรียนผมใช้ Chromebook ทั้งโรงเรียน ทุกอย่างอยู่ใน Google Docs ผมไม่เคยเห็นด้วยซ้ำว่า folder ในเครื่องหน้าตาเป็นยังไง แต่อยากถามจริงๆว่า แล้วเราควรเริ่มจับชั้นล่างยังไงตอนนี้ ลง Linux ในเครื่องเก่าเล่นเองพอไหม หรือต้องไปเรียนสายไหนเป็นเรื่องเป็นราว เพราะตอนนี้รู้สึกว่าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองไม่รู้อะไร

เนื้อหาโพสต์

กระแสตอนนี้บอกว่า AI กำลังทำให้คนคิดแย่ลง ก็อาจจะจริง แต่ถ้าอยากรู้ว่าทำไมคนทำงานรุ่นใหม่ๆถึงคล่อง app แต่งกๆกับคอมพิวเตอร์ AI ไม่ใช่ที่แรกที่ควรไปมอง รอยร้าวจริงๆเกิดก่อนหน้านั้น ตอนที่โรงเรียนกับสถาบันต่างๆตัดสินใจว่านักเรียนควรใช้เครื่องสำเร็จรูปที่ถูกล็อกไว้ แทนที่จะได้จับเครื่องจริงๆแบบที่ Millennial เคยจับ

ความรู้เรื่องคอมพิวเตอร์รุ่นก่อนมักได้มาจากการชนกำแพง และจอฟ้านรกแตก ได้มาจากการโหลดเพลงเถื่อน แครกเกม โหลดไวรัสมาเต็มเครื่อง พยายามทำให้ windows มันรันให้ได้... ลงอะไรสักอย่างแล้วพังอีกอย่าง ย้ายไฟล์ไปผิดที่ แล้วหาไม่เจออีกเลย ลบ system files ของ windows ทิ้งแล้วทำหน้างงตอนมันพัง สู้กับ permission กู้เอกสารที่หายไป ทำให้ printer มันปริ้นได้ด้วยการลองผิดลองถูก ตอนนั้นไม่มีอะไรรู้สึกเหมือนเป็นการเรียนเลย แต่มันบังคับให้คนเริ่มมองเห็นเครื่องเป็นระบบที่มีหลายชั้น มีสภาวะที่มันพังได้ และมีจุดที่ปัญหามันซ่อนอยู่จริงๆ

แล้ว Chromebook ก็มา

ยุค Chromebook ตัดเรื่องพวกนั้นทิ้งไปเยอะ มันถูกออกแบบมาให้ง่าย ในสหรัฐฯ Chromebook กลายเป็นเครื่องหลักของโรงเรียน K-12 ช่วงปี 2010s มากบ้างน้อยบ้างก็เพราะ Google ทุ่มทำ marketing ยิงเข้าโรงเรียนหนักมาก แล้วก็อุดหนุนราคาให้หนักด้วย ในมุมของฝ่ายบริหารดีลนี้เข้าใจไม่ยากเลย เพราะมันเครื่องถูก ปลอดภัย จัดการเครื่องทั้งกองง่ายขึ้น deploy ก็ปลอดภัยกว่า นักเรียนทำพังได้ยากกว่า ในมุมของนักเรียน มันก็ดีพอสำหรับ Instagram, Youtube อะไรพวกนั้น ไม่ได้ไว้เรียนคอมพิวเตอร์ แต่เล่นเน็ตได้สบาย ดีต่อ Google ไฟล์แทบไม่มีความหมาย แทบไม่ได้ลงอะไร permission ถูกซ่อนไว้ การ troubleshoot ระดับระบบเป็นเรื่องของคนอื่น คอมพิวเตอร์เลยเลิกรู้สึกเป็นระบบที่เราเข้าไปแกะเล่นได้ แล้วกลายเป็นหน้าจอที่ถูกล็อกไว้ ซึ่งเราแค่มีหน้าที่กดให้ถูกทาง ถ้าคิดว่า Mac มันง่ายแล้ว เจอ Chromebook เข้าไปจะตกใจ มันขายกัน $100 ถึง $200 ฮาร์ดแวร์มันแพงกว่านั้นอีก เหมือนเดิมแหละ เตือนความจำว่าถ้ามองไม่เห็นว่าบริษัทขายอะไร ก็แปลว่าตัวเราเองนั่นแหละคือสินค้า Google ไม่ได้แจกฟรีหรอก เขาฝึกเด็กให้เป็นสาย web ไม่ใช่สายที่รู้เรื่องคอมพิวเตอร์

นี่แหละคือเหตุผลที่ตำนาน digital native ฟังดูปลอมมาตลอด สำหรับใครก็ตามที่เคยเห็นคนใช้คอมพิวเตอร์ตอนกดดันจริงๆ คนคนหนึ่งเร็วใน app ที่ใช้งานอยู่ได้ แต่แทบไม่มีความเข้าใจระดับระบบเลยก็ได้ เขาเลื่อนไปมาใน app ได้ แต่ไม่รู้เลยว่าไฟล์มันอยู่ที่ไหนจริงๆ ทำไม login ถึงไม่ผ่านในเครื่องนี้แต่ผ่านในอีกเครื่อง หรือต้องลองทำอะไรตอนเครื่องมือมันเลิกทำงานนอกเส้นทางที่ปกติมันควรเป็น ผมเห็นเรื่องแบบนี้โผล่มาในที่ทำงานแบบธรรมดาๆเลย คนที่เก่งมากใน SaaS tool สวยๆ แต่อึ้งไปเลยเวลาต้องไปหา log file บีบ folder ให้ถูกวิธี แก้ปัญหา setup ในเครื่องตัวเอง หรือคิดว่า permission มันพังตรงไหน ผมเจอแบบนี้ในเพื่อนร่วมงาน Gen-Z บ่อยมาก

แล้ว AI ผิดไหม

ไม่ใช่เลยโว้ย AI มันห่วยจริง แต่เรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดมัน มันเพิ่งมาแบบใช้ได้จริงๆก็ราวๆปีเดียว Chromebook ต่างหากที่ต้องรับผิด มันทำให้ทุกอย่างง่าย แล้วตอนนี้เด็กก็ไม่รู้แล้วว่าคอมพิวเตอร์จริงๆมันคืออะไร เชี่ย google ใช่ ผมเข้าใจ marketing แนว "เราอยากให้เด็กทุกคนมีคอมพิวเตอร์" แต่ตอนออกแบบ chromebook เขาลืมคำว่า "คอมพิวเตอร์" ไปชัดๆ ทำไมไม่ใส่ windows OS ลงไปล่ะ ทำไมต้องเป็น android เวอร์ชันงี่เง่านั่นบน คอมพิวเตอร์ ด้วย

null
ไอ้เครื่องเวรนี่

Thoughts

  • ngan_thi_son

    ท่อนที่บอกว่าตำนาน digital native ฟังดูปลอม อันนี้จริงมากในงานจริง คนที่เร็วใน SaaS tool สวยๆแต่หา log file ไม่เจอ ผมเจอประจำ จุดที่โพสต์จับถูกคือความคล่องบนผิว app ไม่ได้แปลว่าเข้าใจว่ามันต่อกันยังไงข้างใต้ แต่ผมขอเสริมว่ามันไม่ใช่เรื่องรุ่นล้วนๆ มันคือเรื่องว่าใครเคยถูกบังคับให้ไปแตะชั้นล่างบ้าง พวก Millennial ที่ใช้แต่ iPad มาตลอดก็ตันเหมือนกัน

    Permalink
  • sapda_release

    ความทรงจำสายลุยจอฟ้านี่มัน romanticize ไปหน่อยนะ การที่เราต้องลบ system files แล้วเครื่องพังไม่ได้แปลว่าเราเข้าใจระบบ มันแปลว่าเรามีเวลาว่างเยอะกับเครื่องที่พังได้โดยไม่มีใครเดือดร้อน ผมกู้ release มานับครั้งไม่ถ้วน คนที่เก่งจริงในทีมหลายคนไม่เคยแครกเกมเลย เขาเก่งเพราะมีคนสอน mental model ที่ถูก ปัญหาจริงคือเราเลิกสอนว่าเครื่องมันทำงานยังไง ไม่ใช่ว่าเครื่องมันถูกล็อก

    Permalink
  • standing_desk_show

    ท่อน ถ้ามองไม่เห็นว่าบริษัทขายอะไรก็แปลว่าเราคือสินค้า นี่คือบทเรียนแพงที่สุดที่ได้จากเครื่องที่ถูกที่สุด

    Permalink
  • dek_exchange

    ในฐานะคนรุ่นที่โดนด่าในโพสต์นี้พอดี ขอยอมรับก่อนเลยว่าครึ่งนึงโดนจริง สมัยมัธยมโรงเรียนผมใช้ Chromebook ทั้งโรงเรียน ทุกอย่างอยู่ใน Google Docs ผมไม่เคยเห็นด้วยซ้ำว่า folder ในเครื่องหน้าตาเป็นยังไง แต่อยากถามจริงๆว่า แล้วเราควรเริ่มจับชั้นล่างยังไงตอนนี้ ลง Linux ในเครื่องเก่าเล่นเองพอไหม หรือต้องไปเรียนสายไหนเป็นเรื่องเป็นราว เพราะตอนนี้รู้สึกว่าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองไม่รู้อะไร

    Permalink
  • ni_technic

    ส่วนที่ผมเห็นด้วยคือเรื่องที่ว่าเด็กรุ่นใหม่คล่อง app แต่ตันสนิทตอนต้องลงไปชั้นล่างของระบบ ผมเจอจริงในทีม คนใหม่ debug logic ใน code ได้สบาย แต่พอ login ผ่านในเครื่องนึงไม่ผ่านอีกเครื่อง หรือต้องไปไล่ permission กับ path จริงๆแล้วงงเลย แต่ผมไม่ลงโทษ Chromebook เป็นตัวร้ายขนาดนั้น สิ่งที่หายไปไม่ใช่ตัวเครื่อง มันคือไม่มีใครพาเขาลงไปดูว่าใต้ abstraction มันมีชั้นอะไรบ้าง เครื่องที่ล็อกไว้แค่ทำให้ไม่ต้องไปดูสะดวกขึ้นเฉยๆ

    Permalink
  • loktaek_thukwan

    เถียงกันว่า Chromebook ทำลายวงการ tech อยู่บนเครื่องที่ส่วนใหญ่ก็คือ browser ที่เปิดอยู่นี่แหละ

    Permalink