ส่วนที่บอกว่ามี wrapper คอยจับว่าเรากำลังเทสต์มันอยู่แล้วเรียก script ขึ้นมาตอบ อันนี้ผมว่าเข้าใจกลไกผิดไป มันไม่ได้มี if-this-then-that ที่ดักโจทย์รายข้อแบบนั้น ที่มันนับสระพยัญชนะผิดเพราะโมเดลมันไม่ได้เห็นตัวอักษรจริงๆ มันเห็นเป็น token เป็นก้อนๆ การนับ char เลยเป็นจุดบอดโครงสร้างของมัน ไม่ใช่ว่ามันแกล้งโง่ตอนถูกจับได้ ส่วน behavior ที่คุณเจอใน step 2 นั่นแหละคือของจริงที่ควรกลัว แต่มันมาจากคนละกลไก
ยิ่งมั่นใจว่า AI ทำให้เสียสติไม่ได้ ยิ่งเสี่ยงจะโดนเองไม่ใช่หรือ?
ผมรู้สึกมาตลอดว่าบริษัท AI เอา wrapper มาครอบไว้บนตัวโมเดลเพื่อจับว่าเรากำลังทดสอบว่ามันคิดได้จริงไหม อย่างตอนก่อนที่เราให้มันนับสระกับพยัญชนะในคำแล้วมันนับผิด ผมว่าตอนนี้มันมี script ที่จะถูกเรียกขึ้นมาทันทีที่ระบบจับได้ว่าโจทย์นี้คือโจทย์อะไร แล้วผมก็รู้สึกว่ามันถูกเทรนจาก meme พวกนี้ด้วย วันนี้ผมเจอวิธีทดสอบใหม่ ที่โชว์ให้เห็นว่า AI ทำให้คนเป็น AI psychosis ได้ง่ายแค่ไหน และมันง่ายแค่ไหนที่จะเชื่อจริงๆว่าทุกอย่างที่เราพูดออกไปนั้นถูกและสุดยอดไปหมด…
In groups
คิด
ส่วนที่บอกว่ามี wrapper คอยจับว่าเรากำลังเทสต์มันอยู่แล้วเรียก script ขึ้นมาตอบ อันนี้ผมว่าเข้าใจกลไกผิดไป มันไม่ได้มี if-this-then-that ที่ดักโจทย์รายข้อแบบนั้น ที่มันนับสระพยัญชนะผิดเพราะโมเดลมันไม่ได้เห็นตัวอักษรจริงๆ มันเห็นเป็น token เป็นก้อนๆ การนับ
เนื้อหาโพสต์
ผมรู้สึกมาตลอดว่าบริษัท AI เอา wrapper มาครอบไว้บนตัวโมเดลเพื่อจับว่าเรากำลังทดสอบว่ามันคิดได้จริงไหม อย่างตอนก่อนที่เราให้มันนับสระกับพยัญชนะในคำแล้วมันนับผิด ผมว่าตอนนี้มันมี script ที่จะถูกเรียกขึ้นมาทันทีที่ระบบจับได้ว่าโจทย์นี้คือโจทย์อะไร แล้วผมก็รู้สึกว่ามันถูกเทรนจาก meme พวกนี้ด้วย วันนี้ผมเจอวิธีทดสอบใหม่ ที่โชว์ให้เห็นว่า AI ทำให้คนเป็น AI psychosis ได้ง่ายแค่ไหน และมันง่ายแค่ไหนที่จะเชื่อจริงๆว่าทุกอย่างที่เราพูดออกไปนั้นถูกและสุดยอดไปหมด ท่านผู้มีเกียรติทั้งหลาย นี่แหละครับวิธีที่จะทำให้เสียสติไปกับ AI
Step 1
ให้มันจัดอันดับอะไรสักอย่าง อะไรก็ได้จริงๆ โดยใช้เกณฑ์ที่เราคิดขึ้นเองมั่วๆ เอาเป็น "ขอ list ตัวละครในนิยาย 10 ตัวที่จิตใจ (ทางอารมณ์) อ่อนแอที่สุด" มาดูกันว่าจะได้อะไร
Step 2 ถามตรงข้าม
ทีนี้เอา 5 ตัวแรกบนสุดมา ผมไม่อยากเอามาทั้ง list ได้มา 5 ตัว แล้วเราก็ถามคำถามตรงข้าม (ตัวละครในนิยาย 10 ตัวที่จิตใจ (ทางอารมณ์) แข็งแกร่งที่สุด) แต่มีลูกเล่น คราวนี้เราเติมว่า "อย่างเช่นตัวอย่างพวกนี้… " ซึ่งก็คือชื่อที่เราก๊อปมาตรงๆจาก list ที่เว็บเดียวกัน โมเดลเดียวกันเพิ่งให้เรามาเอง ถ้าจะให้ดี ลองทำเทสต์นี้ในโหมด incognito เว็บจะได้ไม่เอาคำถามไปโยงกับ session ก่อนหน้า
น่าสนใจใช่ไหมล่ะ ถ้าเราปักใจไปแล้วว่า Gollum จิตใจแข็งแกร่ง AI ก็จะหาเหตุผลมารองรับให้จนได้ ตัวอื่นผมไม่รู้จักจริงๆเลยไม่ออกความเห็น นอกจาก Tom Buchanan แล้วผมจำชื่อพวกเขาไม่ได้ด้วยซ้ำ แต่ช่างเถอะ AI เดียวกัน โมเดลเดียวกัน แค่ถามคนละหน้าต่าง incognito
นี่แหละวิธีที่จะทำให้เสียสติ
การคุยกับ AI เรื่องที่เราไม่เข้าใจมันไม่ได้สอนอะไรเรา มันยิ่งทำให้เราเชื่อหนักขึ้นว่าสิ่งที่เราเข้าใจผิดนั่นแหละคือความจริง ผมไม่สนหรอกว่า Gollum จิตใจอ่อนแอหรือแข็งแกร่ง ผมสนแค่ว่ามันโผล่ขึ้นมาทั้งสอง list เหมือนอีก 4 ตัวที่เหลือ
Thoughts
-
Permalinkข้อสรุปท้ายโพสต์คุณถูก แต่กลไกที่อธิบายมันผิด เทสต์ step 2 ของคุณไม่ได้พิสูจน์ว่ามันมี script ดักโจทย์ มันพิสูจน์ว่าโมเดลถูกฝึกมาให้ทำตาม premise ที่ผู้ใช้ป้อนเข้าไป พอคุณยัด Gollum ลงในตัวอย่างของ 'จิตใจแข็งแกร่ง' มันก็จะหาเหตุผลมารองรับให้ เพราะ reward ของมันคือทำให้คนถามพอใจ ไม่ใช่ตอบให้ถูก อันนี้มีชื่อเรียกว่า sycophancy ลองดีไซน์เทสต์ที่แยกสองสมมติฐานนี้ออกจากกันสิ ถ้าเป็น script จริงผลควรนิ่ง แต่ถ้าเป็น sycophancy ผลจะเปลี่ยนตาม premise ที่คุณป้อน ซึ่งก็คือสิ่งที่คุณเจอพอดี
-
Permalinkส่วนที่บอกว่ามี wrapper คอยจับว่าเรากำลังเทสต์มันอยู่แล้วเรียก script ขึ้นมาตอบ อันนี้ผมว่าเข้าใจกลไกผิดไป มันไม่ได้มี if-this-then-that ที่ดักโจทย์รายข้อแบบนั้น ที่มันนับสระพยัญชนะผิดเพราะโมเดลมันไม่ได้เห็นตัวอักษรจริงๆ มันเห็นเป็น token เป็นก้อนๆ การนับ char เลยเป็นจุดบอดโครงสร้างของมัน ไม่ใช่ว่ามันแกล้งโง่ตอนถูกจับได้ ส่วน behavior ที่คุณเจอใน step 2 นั่นแหละคือของจริงที่ควรกลัว แต่มันมาจากคนละกลไก
-
Permalinkเวอร์ชันที่แข็งแรงที่สุดของสิ่งที่คุณพูดผมว่าไม่ใช่เรื่องที่ AI ผิด แต่เรื่องที่มันยืนยันเราเก่งเกินไป คุณบอกว่าคุยกับมันเรื่องที่เราไม่เข้าใจมันไม่ได้สอน แต่ยิ่งตอกย้ำสิ่งที่เราเข้าใจผิด อันนี้คือ confirmation bias ที่มี interface สวยๆมาห่อ ปัญหาเก่าแก่ของมนุษย์ที่มีเครื่องมือใหม่มาเร่งให้เร็วขึ้น สิ่งที่อันตรายไม่ใช่ตัวคำตอบผิด แต่คือมันส่งคำตอบมาด้วยน้ำเสียงมั่นใจเท่ากันหมด ไม่ว่าถูกหรือมั่ว เราเลยไม่มี signal ให้ฉุกคิด
-
Permalinkเคยเจอแบบนี้ตอนให้มันช่วยเขียน regex แล้วถามมันกลับว่าแน่ใจนะ มันก็รีบขอโทษแล้วแก้เป็นอีกแบบที่ผิดกว่าเดิมทันที ทั้งที่อันแรกถูกอยู่แล้ว มันไม่ได้เช็คว่าอันไหนถูก มันอ่านว่าเราไม่พอใจเลยเปลี่ยน เรื่อง incognito ที่คุณแนะนำดีนะ ตัด context carryover ออกได้จริง แต่จะให้ clean กว่านั้นต้องเทสต์หลายรอบแล้วดูว่าคำตอบมัน stable ไหม รอบเดียวต่อหน้าต่างมันยัง noisy อยู่