ที่บ้านมี Eco-Drive เรือนนึงซื้อตอนเริ่มทำงานปีแรก ตั้งแต่นั้นไม่เคยเปลี่ยนถ่าน ไม่เคยส่งเซอร์วิส มันก็เดินของมันไป ในมุมคนทำระบบ คุณค่าของอุปกรณ์ชิ้นหนึ่งวัดที่ว่ามันพังบ่อยแค่ไหนและซ่อมยากแค่ไหน ไม่ใช่ว่ามันมีเรื่องเล่าน่าฟังกี่บท นาฬิกาที่ต้องไขลานและส่ง overhaul ทุก 5 ปีเพื่อรักษาความเที่ยงให้พอๆกับ quartz ราคาพันบาท มันคือ maintenance debt ที่คุณจ่ายเองทั้งที่ไม่จำเป็น
ถ้าจะเอาตรรกะในวงการนาฬิกา Citizen คือแบรนด์ที่เก่งที่สุดที่ไม่มีใครยอมรับใช่ไหม?
Citizen คือแบรนด์นาฬิกาที่เก่งที่สุดบนโลกนี้ และไม่มีใครยอมรับเลยเพราะความเก่งมันน่าเบื่อ Rolex ขายความใฝ่ฝันกับจินตนาการ Omega ขายประวัติศาสตร์ ถึงจะเป็นเหตุการณ์เดิมวนไปวนมาก็เถอะ Tudor ขายคำว่า "ฉันไม่เหมือนคนใส่ Rolex คนอื่น" ส่วน Citizen ขายนาฬิกาที่รอดจากการโดนทรมานในช่องเก็บของหน้ารถ Honda Accord มา 15 ปีเต็ม แล้วพอลงเครื่องที่โตเกียวก็ยังถามว่าอยากรู้เวลาที่ถูกต้องไหม
In groups
คิด
ที่บ้านมี Eco-Drive เรือนนึงซื้อตอนเริ่มทำงานปีแรก ตั้งแต่นั้นไม่เคยเปลี่ยนถ่าน ไม่เคยส่งเซอร์วิส มันก็เดินของมันไป ในมุมคนทำระบบ คุณค่าของอุปกรณ์ชิ้นหนึ่งวัดที่ว่ามันพังบ่อยแค่ไหนและซ่อมยากแค่ไหน ไม่ใช่ว่ามันมีเรื่องเล่าน่าฟังกี่บท นาฬิกาที่ต้องไขลานและส
เนื้อหาโพสต์
Citizen คือแบรนด์นาฬิกาที่เก่งที่สุดบนโลกนี้ และไม่มีใครยอมรับเลยเพราะความเก่งมันน่าเบื่อ Rolex ขายความใฝ่ฝันกับจินตนาการ Omega ขายประวัติศาสตร์ ถึงจะเป็นเหตุการณ์เดิมวนไปวนมาก็เถอะ Tudor ขายคำว่า "ฉันไม่เหมือนคนใส่ Rolex คนอื่น" ส่วน Citizen ขายนาฬิกาที่รอดจากการโดนทรมานในช่องเก็บของหน้ารถ Honda Accord มา 15 ปีเต็ม แล้วพอลงเครื่องที่โตเกียวก็ยังถามว่าอยากรู้เวลาที่ถูกต้องไหม
Citizen ทำนาฬิกาให้คนที่มองนาฬิกาเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นหนึ่ง แบบที่มันควรจะเป็นมาแต่ไหนแต่ไร เพราะงี้พวกเนิร์ดนาฬิกาถึงดูถูกมันมาตลอด จนกระทั่งวันที่ Eco-Drive อายุ 40 ปีโผล่ออกมาจากไซต์ก่อสร้างในสภาพที่ดูดีกว่า Omega ของพวกเขาเสียอีก ทั้งแบรนด์มันมีพลังแบบเครื่องปริ้นต์ออฟฟิศญี่ปุ่นที่อยู่ยงคงกระพันข้ามอารยธรรม จะทำมันพังได้ต้องซุ่มซ่ามจริงๆ
มันมีอะไรน่าชื่นชมตรงที่ Citizen ไม่สนใจละครนาฬิกาหรูเลยสักนิด ไม่มีการสร้างความหายากปลอมๆ ไม่มีเรื่องเกียรติ ไม่มีประวัติศาสตร์ ไม่มี "การเล่าเรื่อง heritage"! ไม่มีพนักงานบูทีคยื่นน้ำแร่ให้ก่อนจะปฏิเสธไม่ให้คุณได้สิทธิ์ควักเงินหมื่นดอลลาร์ Citizen แค่บอกว่า "นี่นาฬิกาที่ใช้งานได้จริง พลังงานจากแสงแดด จ่ายเงินแล้วก็ไปได้"
ขณะที่แบรนด์สวิสยังทำตัวเหมือนการไขลานกลไกที่คิดค้นขึ้นมาตอน WW2 มันศักดิ์สิทธิ์อะไรสักอย่าง คนใส่ Citizen ก็น่าสนใจ เพราะมักจะเป็นคนที่ฉลาดที่สุดในห้องและสนใจคุยเรื่องนาฬิกาน้อยที่สุด วิศวกรรัก Citizen นักบินรัก Citizen ผู้ชายที่มี flashlight ตั้ง 6 อันด้วยเหตุผลอะไรก็ไม่รู้ก็รัก Citizen มันคือแบรนด์นาฬิกาประจำตัวของผู้ชายที่อ่านคู่มือการใช้งาน
ลัทธิ Eco-Drive
Citizen คิดค้นเทคโนโลยีที่แก้ปัญหากวนใจของนาฬิกา quartz ได้สำเร็จ ทั้งเรื่องเปลี่ยนถ่าน การดูแลรักษา ความน่าเชื่อถือ แล้วชุมชนคนเล่นนาฬิกาก็ตอบกลับมาว่า "อืม ก็จริง แต่มันมีกลไก mechanical ไหมล่ะ?"
เพราะลึกๆแล้ว คนคลั่งนาฬิกาไม่ได้อยากได้ความใช้งานได้จริง พวกเขาอยากได้ตำนาน นี่มันคือเครื่องประดับและการอวด พวกเขาอยากได้เฟือง อยากได้ภาพคุณตาชาวสวิสที่ว่ากันว่านั่งขัดสกรูอยู่ในหมู่บ้านบนภูเขา
Citizen มองวงการนาฬิกา แล้วบังเอิญสร้างนาฬิกาที่เทียบได้กับ Toyota Corolla ที่วิ่งได้ตลอดกาลด้วยพลังแสงแดด ซึ่งเป็นการสร้างแบรนด์ที่สุดยอดสำหรับคนทั่วไป แต่ห่วยแตกสำหรับนักสะสมที่หมกมุ่น นั่นแหละปัญหาของ Citizen แบรนด์นี้เอา logic เข้ามาในงานอดิเรกที่แทบทั้งหมดขับเคลื่อนด้วยภาพลวงทางอารมณ์
เพราะพอคุณยอมรับว่านาฬิกา Citizen พลังแสงแดดน่าจะเป็นนาฬิกาที่ดีกว่าในโลกจริงเมื่อเทียบกับนาฬิกาสวิสหรูส่วนใหญ่ ทั้งอุตสาหกรรมก็เริ่มโยกเยกเหมือนตึก Jenga ที่ก่อขึ้นจากแคมเปญการตลาดและกล่องม้วนหนังอิตาลี
Thoughts
-
Permalinkเรื่องตกในช่องเก็บของหน้ารถนี่เล่าได้เลย Citizen ของพ่ออยู่ในลิ้นชักรถกระบะที่โคราชมาตั้งแต่ผมเด็ก ตากแดดผ่านหน้าร้อนมากี่รอบก็ไม่รู้ ปีที่แล้วเปิดมาเจอ มันยังเดินอยู่ ผมรู้ว่ากำลังจะโยงเข้าเรื่องตัวเองอยู่แต่ประเด็นมันจริง ของที่ออกแบบมาให้ใช้จริงมันไม่ต้องการให้เราคอยทะนุถนอม
-
Permalinkผมว่าสิ่งที่โพสต์นี้แตะถูกจุดคือเรื่องคุณจ่ายค่าอะไรกันแน่ ลองแยกของออกเป็นชั้นๆ
ฟังก์ชันบอกเวลา quartz กับ Eco-Drive ชนะขาด แม่นกว่า ดูแลถูกกว่า
การเก็บมูลค่า อันนี้สวิสบางรุ่นชนะจริง แต่นั่นมันสินทรัพย์ ไม่ใช่นาฬิกาแล้ว
ความรู้สึกเป็นเจ้าของ อันนี้คือที่คนยอมจ่าย expense ratio แพงๆโดยไม่รู้ตัว
คนส่วนใหญ่คิดว่ากำลังซื้อชั้นแรก แต่จ่ายเงินไปกับชั้นสาม
-
Permalinkที่บ้านมี Eco-Drive เรือนนึงซื้อตอนเริ่มทำงานปีแรก ตั้งแต่นั้นไม่เคยเปลี่ยนถ่าน ไม่เคยส่งเซอร์วิส มันก็เดินของมันไป ในมุมคนทำระบบ คุณค่าของอุปกรณ์ชิ้นหนึ่งวัดที่ว่ามันพังบ่อยแค่ไหนและซ่อมยากแค่ไหน ไม่ใช่ว่ามันมีเรื่องเล่าน่าฟังกี่บท นาฬิกาที่ต้องไขลานและส่ง overhaul ทุก 5 ปีเพื่อรักษาความเที่ยงให้พอๆกับ quartz ราคาพันบาท มันคือ maintenance debt ที่คุณจ่ายเองทั้งที่ไม่จำเป็น
-
Permalinkผมเป็นพวกที่โพสต์นี้แซะแหละ มีนาฬิกา mechanical อยู่เรือนนึง รู้ว่ามันไร้เหตุผลทุกอย่างที่ว่ามา แม่นน้อยกว่า ดูแลแพงกว่า แต่มันไม่ได้ขายฟังก์ชันบอกเวลาตั้งแต่แรก โทรศัพท์ในกระเป๋าก็บอกเวลาแม่นกว่าทั้งคู่ พอเครื่องมือบอกเวลามันฟรีอยู่แล้ว สิ่งที่เหลือบนข้อมือมันก็เป็นเรื่องอื่นไปหมด จะเรียกมันว่าภาพลวงก็ได้ แต่งานอดิเรกแทบทุกอย่างมันก็ภาพลวงทั้งนั้นแหละ
-
Permalinkนาฬิกาที่เก่งที่สุดในห้องคือเรือนที่ไม่มีใครถามว่ารุ่นอะไร
-
Permalinkตรงผู้ชายที่มี flashlight 6 อันนี่โดนมาก ที่ออฟฟิศเก่ามีพี่ทีม infra คนนึง ใส่ Citizen เรือนเดียวมา 4 ปี ตอบ on-call ตอนตีสองหน้าตาเฉย วันที่ผมโดน badge ปี๊บไม่ให้เข้าตึกเพราะ return to office พี่แกยืนข้างๆดูเวลาบนนาฬิกาตัวเองแล้วบอกว่ายังเหลือเวลาให้รอ helpdesk อีก 40 นาที แกรู้เวลาเป๊ะเสมอ ส่วนคนใส่ Omega ในห้องนั้นไม่มีใครรู้ว่าประชุมเริ่มกี่โมง
-
Permalinktake มันคมตรง Citizen เก่งกว่าในโลกจริงจริงด้วยแหละ แต่ครึ่งหลังของโพสต์มันก็แอบทำตัวเป็นคนฉลาดที่สุดในห้องที่ไม่ยอมคุยเรื่องนาฬิกาเหมือนกันนั่นแหละ คนเล่นนาฬิกาเขาไม่ได้คิดว่า Eco-Drive ห่วย เขารู้ว่ามันดี เขาแค่ไม่ได้อยากได้นาฬิกาที่ดี