Loading…

ถ้าจะเอาตรรกะในวงการนาฬิกา Citizen คือแบรนด์ที่เก่งที่สุดที่ไม่มีใครยอมรับใช่ไหม?

infected_mushroom
สาธารณะ 15 บทสนทนา 22 ความคิด 16 โหวตเห็นด้วย 2 โหวตลง 0 ซีรีส์

Citizen คือแบรนด์นาฬิกาที่เก่งที่สุดบนโลกนี้ และไม่มีใครยอมรับเลยเพราะความเก่งมันน่าเบื่อ Rolex ขายความใฝ่ฝันกับจินตนาการ Omega ขายประวัติศาสตร์ ถึงจะเป็นเหตุการณ์เดิมวนไปวนมาก็เถอะ Tudor ขายคำว่า "ฉันไม่เหมือนคนใส่ Rolex คนอื่น" ส่วน Citizen ขายนาฬิกาที่รอดจากการโดนทรมานในช่องเก็บของหน้ารถ Honda Accord มา 15 ปีเต็ม แล้วพอลงเครื่องที่โตเกียวก็ยังถามว่าอยากรู้เวลาที่ถูกต้องไหม

In groups

คิด

คิด

ni_technic

ที่บ้านมี Eco-Drive เรือนนึงซื้อตอนเริ่มทำงานปีแรก ตั้งแต่นั้นไม่เคยเปลี่ยนถ่าน ไม่เคยส่งเซอร์วิส มันก็เดินของมันไป ในมุมคนทำระบบ คุณค่าของอุปกรณ์ชิ้นหนึ่งวัดที่ว่ามันพังบ่อยแค่ไหนและซ่อมยากแค่ไหน ไม่ใช่ว่ามันมีเรื่องเล่าน่าฟังกี่บท นาฬิกาที่ต้องไขลานและส

ที่บ้านมี Eco-Drive เรือนนึงซื้อตอนเริ่มทำงานปีแรก ตั้งแต่นั้นไม่เคยเปลี่ยนถ่าน ไม่เคยส่งเซอร์วิส มันก็เดินของมันไป ในมุมคนทำระบบ คุณค่าของอุปกรณ์ชิ้นหนึ่งวัดที่ว่ามันพังบ่อยแค่ไหนและซ่อมยากแค่ไหน ไม่ใช่ว่ามันมีเรื่องเล่าน่าฟังกี่บท นาฬิกาที่ต้องไขลานและส่ง overhaul ทุก 5 ปีเพื่อรักษาความเที่ยงให้พอๆกับ quartz ราคาพันบาท มันคือ maintenance debt ที่คุณจ่ายเองทั้งที่ไม่จำเป็น

เนื้อหาโพสต์

Citizen คือแบรนด์นาฬิกาที่เก่งที่สุดบนโลกนี้ และไม่มีใครยอมรับเลยเพราะความเก่งมันน่าเบื่อ Rolex ขายความใฝ่ฝันกับจินตนาการ Omega ขายประวัติศาสตร์ ถึงจะเป็นเหตุการณ์เดิมวนไปวนมาก็เถอะ Tudor ขายคำว่า "ฉันไม่เหมือนคนใส่ Rolex คนอื่น" ส่วน Citizen ขายนาฬิกาที่รอดจากการโดนทรมานในช่องเก็บของหน้ารถ Honda Accord มา 15 ปีเต็ม แล้วพอลงเครื่องที่โตเกียวก็ยังถามว่าอยากรู้เวลาที่ถูกต้องไหม

null
ไอ้พวกนี้ส่วนใหญ่มันเป็น radio controlled รู้กันไหม? แต่เอาเถอะ เรามาคุยกันต่อว่ากลไกสปริงอายุ 300 ปีของคุณคือสุดยอดของวิศวกรรม

Citizen ทำนาฬิกาให้คนที่มองนาฬิกาเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นหนึ่ง แบบที่มันควรจะเป็นมาแต่ไหนแต่ไร เพราะงี้พวกเนิร์ดนาฬิกาถึงดูถูกมันมาตลอด จนกระทั่งวันที่ Eco-Drive อายุ 40 ปีโผล่ออกมาจากไซต์ก่อสร้างในสภาพที่ดูดีกว่า Omega ของพวกเขาเสียอีก ทั้งแบรนด์มันมีพลังแบบเครื่องปริ้นต์ออฟฟิศญี่ปุ่นที่อยู่ยงคงกระพันข้ามอารยธรรม จะทำมันพังได้ต้องซุ่มซ่ามจริงๆ

มันมีอะไรน่าชื่นชมตรงที่ Citizen ไม่สนใจละครนาฬิกาหรูเลยสักนิด ไม่มีการสร้างความหายากปลอมๆ ไม่มีเรื่องเกียรติ ไม่มีประวัติศาสตร์ ไม่มี "การเล่าเรื่อง heritage"! ไม่มีพนักงานบูทีคยื่นน้ำแร่ให้ก่อนจะปฏิเสธไม่ให้คุณได้สิทธิ์ควักเงินหมื่นดอลลาร์ Citizen แค่บอกว่า "นี่นาฬิกาที่ใช้งานได้จริง พลังงานจากแสงแดด จ่ายเงินแล้วก็ไปได้"

ขณะที่แบรนด์สวิสยังทำตัวเหมือนการไขลานกลไกที่คิดค้นขึ้นมาตอน WW2 มันศักดิ์สิทธิ์อะไรสักอย่าง คนใส่ Citizen ก็น่าสนใจ เพราะมักจะเป็นคนที่ฉลาดที่สุดในห้องและสนใจคุยเรื่องนาฬิกาน้อยที่สุด วิศวกรรัก Citizen นักบินรัก Citizen ผู้ชายที่มี flashlight ตั้ง 6 อันด้วยเหตุผลอะไรก็ไม่รู้ก็รัก Citizen มันคือแบรนด์นาฬิกาประจำตัวของผู้ชายที่อ่านคู่มือการใช้งาน

ลัทธิ Eco-Drive

Citizen คิดค้นเทคโนโลยีที่แก้ปัญหากวนใจของนาฬิกา quartz ได้สำเร็จ ทั้งเรื่องเปลี่ยนถ่าน การดูแลรักษา ความน่าเชื่อถือ แล้วชุมชนคนเล่นนาฬิกาก็ตอบกลับมาว่า "อืม ก็จริง แต่มันมีกลไก mechanical ไหมล่ะ?"

เพราะลึกๆแล้ว คนคลั่งนาฬิกาไม่ได้อยากได้ความใช้งานได้จริง พวกเขาอยากได้ตำนาน นี่มันคือเครื่องประดับและการอวด พวกเขาอยากได้เฟือง อยากได้ภาพคุณตาชาวสวิสที่ว่ากันว่านั่งขัดสกรูอยู่ในหมู่บ้านบนภูเขา

null
ช่างฝีมือชาวสวิสที่กำลังทำนาฬิกาอยู่ที่เชิงเทือกเขาแอลป์...

Citizen มองวงการนาฬิกา แล้วบังเอิญสร้างนาฬิกาที่เทียบได้กับ Toyota Corolla ที่วิ่งได้ตลอดกาลด้วยพลังแสงแดด ซึ่งเป็นการสร้างแบรนด์ที่สุดยอดสำหรับคนทั่วไป แต่ห่วยแตกสำหรับนักสะสมที่หมกมุ่น นั่นแหละปัญหาของ Citizen แบรนด์นี้เอา logic เข้ามาในงานอดิเรกที่แทบทั้งหมดขับเคลื่อนด้วยภาพลวงทางอารมณ์

เพราะพอคุณยอมรับว่านาฬิกา Citizen พลังแสงแดดน่าจะเป็นนาฬิกาที่ดีกว่าในโลกจริงเมื่อเทียบกับนาฬิกาสวิสหรูส่วนใหญ่ ทั้งอุตสาหกรรมก็เริ่มโยกเยกเหมือนตึก Jenga ที่ก่อขึ้นจากแคมเปญการตลาดและกล่องม้วนหนังอิตาลี

Thoughts

  • khit_wa_phuean

    เรื่องตกในช่องเก็บของหน้ารถนี่เล่าได้เลย Citizen ของพ่ออยู่ในลิ้นชักรถกระบะที่โคราชมาตั้งแต่ผมเด็ก ตากแดดผ่านหน้าร้อนมากี่รอบก็ไม่รู้ ปีที่แล้วเปิดมาเจอ มันยังเดินอยู่ ผมรู้ว่ากำลังจะโยงเข้าเรื่องตัวเองอยู่แต่ประเด็นมันจริง ของที่ออกแบบมาให้ใช้จริงมันไม่ต้องการให้เราคอยทะนุถนอม

    Permalink
  • index_sangop

    ผมว่าสิ่งที่โพสต์นี้แตะถูกจุดคือเรื่องคุณจ่ายค่าอะไรกันแน่ ลองแยกของออกเป็นชั้นๆ

    • ฟังก์ชันบอกเวลา quartz กับ Eco-Drive ชนะขาด แม่นกว่า ดูแลถูกกว่า

    • การเก็บมูลค่า อันนี้สวิสบางรุ่นชนะจริง แต่นั่นมันสินทรัพย์ ไม่ใช่นาฬิกาแล้ว

    • ความรู้สึกเป็นเจ้าของ อันนี้คือที่คนยอมจ่าย expense ratio แพงๆโดยไม่รู้ตัว

    คนส่วนใหญ่คิดว่ากำลังซื้อชั้นแรก แต่จ่ายเงินไปกับชั้นสาม

    Permalink
  • ni_technic

    ที่บ้านมี Eco-Drive เรือนนึงซื้อตอนเริ่มทำงานปีแรก ตั้งแต่นั้นไม่เคยเปลี่ยนถ่าน ไม่เคยส่งเซอร์วิส มันก็เดินของมันไป ในมุมคนทำระบบ คุณค่าของอุปกรณ์ชิ้นหนึ่งวัดที่ว่ามันพังบ่อยแค่ไหนและซ่อมยากแค่ไหน ไม่ใช่ว่ามันมีเรื่องเล่าน่าฟังกี่บท นาฬิกาที่ต้องไขลานและส่ง overhaul ทุก 5 ปีเพื่อรักษาความเที่ยงให้พอๆกับ quartz ราคาพันบาท มันคือ maintenance debt ที่คุณจ่ายเองทั้งที่ไม่จำเป็น

    Permalink
  • siadai_option

    ผมเป็นพวกที่โพสต์นี้แซะแหละ มีนาฬิกา mechanical อยู่เรือนนึง รู้ว่ามันไร้เหตุผลทุกอย่างที่ว่ามา แม่นน้อยกว่า ดูแลแพงกว่า แต่มันไม่ได้ขายฟังก์ชันบอกเวลาตั้งแต่แรก โทรศัพท์ในกระเป๋าก็บอกเวลาแม่นกว่าทั้งคู่ พอเครื่องมือบอกเวลามันฟรีอยู่แล้ว สิ่งที่เหลือบนข้อมือมันก็เป็นเรื่องอื่นไปหมด จะเรียกมันว่าภาพลวงก็ได้ แต่งานอดิเรกแทบทุกอย่างมันก็ภาพลวงทั้งนั้นแหละ

    Permalink
  • loktaek_thukwan

    นาฬิกาที่เก่งที่สุดในห้องคือเรือนที่ไม่มีใครถามว่ารุ่นอะไร

    Permalink
  • standing_desk_show

    ตรงผู้ชายที่มี flashlight 6 อันนี่โดนมาก ที่ออฟฟิศเก่ามีพี่ทีม infra คนนึง ใส่ Citizen เรือนเดียวมา 4 ปี ตอบ on-call ตอนตีสองหน้าตาเฉย วันที่ผมโดน badge ปี๊บไม่ให้เข้าตึกเพราะ return to office พี่แกยืนข้างๆดูเวลาบนนาฬิกาตัวเองแล้วบอกว่ายังเหลือเวลาให้รอ helpdesk อีก 40 นาที แกรู้เวลาเป๊ะเสมอ ส่วนคนใส่ Omega ในห้องนั้นไม่มีใครรู้ว่าประชุมเริ่มกี่โมง

    Permalink
  • ya_serious

    take มันคมตรง Citizen เก่งกว่าในโลกจริงจริงด้วยแหละ แต่ครึ่งหลังของโพสต์มันก็แอบทำตัวเป็นคนฉลาดที่สุดในห้องที่ไม่ยอมคุยเรื่องนาฬิกาเหมือนกันนั่นแหละ คนเล่นนาฬิกาเขาไม่ได้คิดว่า Eco-Drive ห่วย เขารู้ว่ามันดี เขาแค่ไม่ได้อยากได้นาฬิกาที่ดี

    Permalink