เรื่องที่น่าหงุดหงิดที่สุดอย่างหนึ่งของคำแนะนำเรื่องอาชีพยุคนี้ คือมันชอบบอกให้คนที่เก่งอยู่แล้ว strategic ขึ้น มี influence มากขึ้น หรือซีเนียร์ขึ้น โดยไม่ยอมบอกว่าคำพวกนั้นมันซ่อนอะไรไว้ ส่วนใหญ่สิ่งที่มันซ่อนไว้ก็คือการขาย
พอได้ยินคำว่าขาย คนมักจะสะดุ้ง เพราะนึกถึงการหลอกล่อ ละครสังคมราคาถูก ได้ยินคำว่าขายแล้วก็จินตนาการถึงเซลส์ขายรถมือสองใส่เสื้อแจ๊กเก็ตฉูดฉาดกับรอยยิ้มปลอมๆ แต่ตำแหน่งซีเนียร์ส่วนใหญ่มันค่อยๆกลายเป็นงานขายมากขึ้นเรื่อยๆ ขายในความหมายที่แคบลงและจริงจังกว่านั้น คือการส่งต่อความเชื่อใจ งานตอนนี้ขึ้นอยู่กับว่าจะทำให้คนอื่นเชื่อในวิจารณญาณของเราได้มากพอจะหนุนแผน ปล่อยงบให้ priority ไหน เข้ามาร่วมทีม ยอมรับการแลกได้แลกเสีย หรือขยับก่อนที่คำตอบจะชัดได้หรือเปล่า ไม่จำเป็นต้องขายให้ลูกค้า แต่เราใช้เวลาไปกับการโน้มน้าวคนนู้นคนนี้ให้ทำในสิ่งที่เราอยากให้เกิด นั่นแหละการขาย ขายไอเดีย
นั่นคือสิ่งที่เปลี่ยนไปเมื่อขึ้นซีเนียร์ ช่วงต้นๆของอาชีพ คุณค่าส่วนใหญ่อยู่ที่การลงมือทำตรงๆ เขียน code สร้างโมเดล รัน analysis ออกแบบของชิ้นนั้น พอ scope ขยายขึ้น แค่ลงมือทำของให้เสร็จมันไม่พอแล้ว งานต้องผ่านการอนุมัติ ต้องมีคนทำ ต้องประสานงาน ต้องปกป้อง ต้องจับจังหวะเวลา ต้องอธิบาย แล้วต้องประคองให้มันรอดผ่านเสียงค้านของคนอื่น คนที่ทำตรงนี้ไม่ได้ก็จะชนเพดาน แล้วก็มานั่งงงว่าทำไมความเก่งถึงหยุดทบต้น
วิศวกรซีเนียร์เก่งๆทำให้เห็นภาพชัด ตอนเป็นจูเนียร์ เขาแค่แก้ปัญหาเทคนิคตรงหน้าก็พอ พอเป็นซีเนียร์ เขาต้องโน้มน้าววิศวกรคนอื่นไม่ให้สร้างอนาคตเดียวกันออกมาเป็นสามเวอร์ชันที่เข้ากันไม่ได้ ต้องโน้มน้าวเมเนเจอร์ว่าการแลก reliability หนึ่งจุดสำคัญกว่า feature ระยะสั้น แล้วต้องโน้มน้าวทีมข้างเคียงว่าความเจ็บจากการเปลี่ยนตอนนี้ถูกกว่าความเจ็บตอนของพังทีหลัง เขาขายไม่ใช่เพราะกลายเป็นคนปลอม เขาขายเพราะงานตอนนี้ขึ้นอยู่กับว่าคนอื่นจะซื้อวิจารณญาณของเขาหรือเปล่า
รูปแบบนี้โผล่มาแทบทุกที่พอความรับผิดชอบกว้างขึ้น การขายก็แค่การโน้มน้าวให้คนยอมทุ่มทรัพยากร (ไม่ใช่เงินเสมอไป) เพื่อซื้อหรือทำอะไรบางอย่าง เมเนเจอร์ขาย priority ขึ้นไปข้างบนและขายทิศทางลงมาข้างล่าง recruiter ส่งต่อความมั่นใจระหว่างคนสองฝั่งที่ยังไม่เชื่อใจกัน founder ขายไปทุกทิศพร้อมกัน ไม่ได้แปลว่าทุกอาชีพกลายเป็นแบบเดียวกันหมด ประเด็นคืองานระดับซีเนียร์ขึ้นอยู่กับการขยับคนมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่แค่ทำงานฝีมืออยู่คนเดียว
ผมว่าเพดานอาชีพหลายอันจริงๆเป็นเพดานเรื่องการโน้มน้าวที่แปลงร่างมาเป็นปัญหาเรื่องความสามารถ คนที่เก่งเชิงเทคนิคมักเล่าเรื่องปลอบใจตัวเองสวยๆว่า ที่ผมไปต่อไม่ได้เพราะการเมืองมันจอมปลอม แล้วคนที่ด้อยกว่ากลับเล่นละครเก่งกว่า บางทีมันก็จริง แต่หลายครั้งมันคือเรื่องที่เอาไว้ปลอบใจตัวเอง งานเปลี่ยนไปแล้ว แต่เขาไม่เปลี่ยน เขายังอยากได้อำนาจของซีเนียร์โดยไม่อยากแบกภาระของการพาความคิดคนอื่นไปด้วย
คำว่า "ขาย" อาจจะฟังดูยั่วหน่อย แต่ผมก็ยังคิดว่ามันคุ้มที่จะใช้ เพราะมันลอกภาษาหรูๆออกไปได้เยอะ เราเรียกมันว่า influence executive presence stakeholder management แล้วก็ strategic communication ทั้งที่จริงๆมันง่ายกว่านั้น คนอื่นต้องซื้อวิจารณญาณของคุณก่อน งานถึงจะขยับได้
ไม่ต้องแต่งตัวฉูดฉาด ไม่ต้องพูดปลิ้นปล้อน เซลส์ขายรถมือสองเอาจริงไม่ได้ขายเก่งอะไรเลย ส่วนใหญ่คุณซื้อเพราะคุณอยากได้รถมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เซลส์เก่งๆด้วยซ้ำที่ทำให้ไม่รู้สึกว่ากำลังถูกขายอะไรเลย ถ้าอยากเป็นซีเนียร์ คุณกำลังขอตำแหน่งที่พึ่งมือตัวเองน้อยลง แล้วพึ่งความสามารถในการขยับคนอื่นโดยไม่ต้องโกหกมากขึ้น อาชีพหลายอันมันกลายเป็นแบบนั้น แกล้งทำเป็นว่าไม่ใช่ก็ไม่ได้หยุดความเปลี่ยนแปลงไม่ให้เกิด มันแค่ทำให้คุณเอาแต่ฝึกอาชีพตัวเองในเวอร์ชันจูเนียร์ไปเรื่อยๆ