ปีที่แล้วฟีด LinkedIn ของผมมีแนวของมันเลย program manager หรือ "delivery lead" หรือใครสักคนที่ใส่คำว่า Agile ไว้ในหัวโปรไฟล์ จะโพสต์ภาพ AI เขียนฟังก์ชันให้ดู แล้วแปะข้อความประมาณ "เห็นไหมที่บอกว่างานนี้มั่นคง ไปหัดเขียนโค้ดเอาเถอะ" แล้วเก็บไลก์สี่ร้อยจากคนที่ทำงานแบบเดียวกัน นัยมันคือการพิมพ์โค้ดคือแก่นของงานวิศวกรรม และพอโมเดลพิมพ์ได้แล้ว ชนชั้นคนพิมพ์ก็จบเห่
ผมว่าพวกเขาอ่าน org chart กลับหัว และผมก็ดีใจที่กำลังจะได้รู้กัน
มีเรื่องนึงที่ไม่มีใครฝั่งนั้นของฟีดพูดออกมาดังๆ AI ไม่ได้เก่งตรงส่วนที่แบกน้ำหนักจริงของการสร้างของ คือการตัดสินใจว่าระบบควรทำอะไร การรู้ว่าสามครั้งก่อนหน้ามันพังเพราะอะไร และการดูออกว่าโมเดลเพิ่งยื่นของเสียๆมาให้ด้วยหน้าตามั่นใจ แต่มันเก่งจริงจนน่าอายในอีกส่วนนึง status rollup release notes ที่ไม่มีใครอ่าน feature catalog ที่อาทิตย์เดียวก็เก่า test plan ที่จริงๆก็แค่จัดรูปแบบ acceptance criteria ใหม่ weekly update ที่สรุป standup ที่สรุป Slack thread อีกที งานพวกนี้ไม่ใช่งานที่ AI ทำไม่ไหว แต่เป็นงานที่ AI เกิดมาเพื่อทำ
ลองดูสิว่าใครนั่งตรงไหน ชั้น support มีไว้โดยตั้งใจเพื่อทำส่วนที่วิศวกรไม่อยากทำ คอยอัปเดต project tracker คอยตามทวงอัปเดตจากคนอื่น เอาสองประโยคของวิศวกรมาขยายเป็นย่อหน้าให้ VP อ่าน เอาย่อหน้าของวิศวกรมาย่อเหลือสองประโยคให้ VP อ่าน ดูแลเอกสาร เป็นคนรัน meeting ที่ทุกคนพูดสิ่งที่ตัวเองพิมพ์ไว้แล้วเมื่อวาน ผมไม่ได้จะใจร้ายนะ งานพวกนี้มีอยู่จริงและมันน่าเบื่อ และต้องมีคนทำ ซึ่งก็เป็นเหตุผลทั้งหมดที่ตำแหน่งพวกนี้ถูกตั้งขึ้นมา ปัญหาคือ "สรุปอินพุตที่คนอื่นสร้างไว้ให้ออกมาสะอาดๆ" มันคือรูปร่างของงานที่ language model ทำได้ดีที่สุดพอดี ส่วน "สร้างอินพุตเอง" คือส่วนที่มันยังทำคนเดียวไม่ได้
แล้วนี่คือความไม่สมมาตรที่พวกชอบโพสต์เรื่องตกงานข้ามไป จะใช้ AI ให้เป็น คุณต้องตรวจมันเป็น ต้องอ่าน diff ออกว่ามันผิด ต้องมองดู migration ที่มันสร้างให้แล้วสังเกตได้ว่ามันไม่มี rollback คนสร้างของมีทักษะนี้อยู่แล้ว มันคือทักษะเดียวกับที่ทำให้เขาเป็นคนสร้างของได้ ส่วนชั้นประสานงานเนี่ย ถูกจ้างมาบนข้อตกลงชัดๆว่าเขาไม่ต้องอ่านโค้ด และตอนนี้เครื่องมือที่ควรจะช่วยเขากลับผลิตของที่เชื่อถือได้ก็ต่อเมื่อคนอ่านโค้ดเป็นเป็นคนตรวจเท่านั้น เขาได้เลื่อยยนต์มาเครื่องนึงแต่คู่มืออยู่ในภาษาที่เขาถูกบอกมาว่าไม่ต้องหัดทั้งชีวิต
program manager ที่ดีไม่ใช่เครื่องอัปเดต status
ใช่ ผมรู้ แต่จากที่เจอมาราวๆ 40 คนตลอดอาชีพ มีสัก 2 คนมั้งที่เป็นแบบนั้น อีก 38 คนเป็นเครื่องอัปเดต status ชัวร์ๆ งานจริงๆที่คุ้มจะจ่ายเงินให้คือการตัดสินใจว่าจะตัดอะไรทิ้ง การออกหน้ารับแทนตอน launch เลื่อน การรู้ว่า "ขอถามนิดนึง" ของผู้บริหารคนไหนคือคำขู่ และการทำให้หกทีมที่เกลียดขี้หน้ากันยอมตกลงวันเดียวกันได้ AI ทำพวกนี้ไม่ได้สักอย่าง มันรับผิดแทนในห้องประชุมไม่ได้ มันตัดสินใจไม่ได้ว่าลำดับงานที่ถูกต้องทางเทคนิคคือลำดับที่ฆ่าตัวตายทางการเมือง การย่องานทั้งสายเหลือแค่ "คอยกดให้หน้า Confluence ยังอุ่นอยู่" คือจินตนาการเก่าแก่ที่สุดของพวกเขียนโค้ด และมันคิดผิดมาตลอดเรื่องคนเก่งๆในตำแหน่งนี้ ผมรู้
งานสายตัดสินใจและกันชนให้ทีมไม่เคยเป็นคนทั้งหมดในตำแหน่งอยู่แล้ว ใต้ program manager ที่เก่งจริงทุกคน มีคนอีกชั้นนึงที่วันทั้งวันคืองานดูแล artifact ทำ rollup ทำ catalog ทำสไลด์ที่เอาสไลด์เดิมมาพูดซ้ำ
พวก "วิศวกรจบเห่แล้ว" เข้าใจกลับหัวกลับหาง เพราะสับสนระหว่างใครเป็นคนสร้างคุณค่ากับใครเสียงดังที่สุดเรื่องการสร้างคุณค่า คนที่ดูออกว่าคำตอบไหนดีกับคำตอบที่ผิดแต่มั่นใจ คือคนที่ AI ทำให้มีค่ามากขึ้น ไม่ใช่น้อยลง คนคนนั้นมักจะเป็นคนนั่งสร้างของ ไม่ค่อยใช่คนที่โพสต์ภาพหรอก