Loading…

พวก manager ที่ชอบบอกวิศวกรว่าจะโดน AI แทนที่ สุดท้ายจะกลายเป็นคนที่โดนแทนที่เร็วที่สุดเองหรือเปล่า?

senior_slacker
สาธารณะ 13 บทสนทนา 19 ความคิด 14 โหวตเห็นด้วย 6 โหวตลง 0 ซีรีส์ 41 การเข้าชม

ปีที่แล้วฟีด LinkedIn ของผมมีแนวของมันเลย program manager หรือ "delivery lead" หรือใครสักคนที่ใส่คำว่า Agile ไว้ในหัวโปรไฟล์ จะโพสต์ภาพ AI เขียนฟังก์ชันให้ดู แล้วแปะข้อความประมาณ "เห็นไหมที่บอกว่างานนี้มั่นคง ไปหัดเขียนโค้ดเอาเถอะ" แล้วเก็บไลก์สี่ร้อยจากคนที่ทำงานแบบเดียวกัน นัยมันคือการพิมพ์โค้ดคือแก่นของงานวิศวกรรม และพอโมเดลพิมพ์ได้แล้ว ชนชั้นคนพิมพ์ก็จบเห่

In groups

เนื้อหาการสนทนา

ปีที่แล้วฟีด LinkedIn ของผมมีแนวของมันเลย program manager หรือ "delivery lead" หรือใครสักคนที่ใส่คำว่า Agile ไว้ในหัวโปรไฟล์ จะโพสต์ภาพ AI เขียนฟังก์ชันให้ดู แล้วแปะข้อความประมาณ "เห็นไหมที่บอกว่างานนี้มั่นคง ไปหัดเขียนโค้ดเอาเถอะ" แล้วเก็บไลก์สี่ร้อยจากคนที่ทำงานแบบเดียวกัน นัยมันคือการพิมพ์โค้ดคือแก่นของงานวิศวกรรม และพอโมเดลพิมพ์ได้แล้ว ชนชั้นคนพิมพ์ก็จบเห่

ผมว่าพวกเขาอ่าน org chart กลับหัว และผมก็ดีใจที่กำลังจะได้รู้กัน

มีเรื่องนึงที่ไม่มีใครฝั่งนั้นของฟีดพูดออกมาดังๆ AI ไม่ได้เก่งตรงส่วนที่แบกน้ำหนักจริงของการสร้างของ คือการตัดสินใจว่าระบบควรทำอะไร การรู้ว่าสามครั้งก่อนหน้ามันพังเพราะอะไร และการดูออกว่าโมเดลเพิ่งยื่นของเสียๆมาให้ด้วยหน้าตามั่นใจ แต่มันเก่งจริงจนน่าอายในอีกส่วนนึง status rollup release notes ที่ไม่มีใครอ่าน feature catalog ที่อาทิตย์เดียวก็เก่า test plan ที่จริงๆก็แค่จัดรูปแบบ acceptance criteria ใหม่ weekly update ที่สรุป standup ที่สรุป Slack thread อีกที งานพวกนี้ไม่ใช่งานที่ AI ทำไม่ไหว แต่เป็นงานที่ AI เกิดมาเพื่อทำ

ลองดูสิว่าใครนั่งตรงไหน ชั้น support มีไว้โดยตั้งใจเพื่อทำส่วนที่วิศวกรไม่อยากทำ คอยอัปเดต project tracker คอยตามทวงอัปเดตจากคนอื่น เอาสองประโยคของวิศวกรมาขยายเป็นย่อหน้าให้ VP อ่าน เอาย่อหน้าของวิศวกรมาย่อเหลือสองประโยคให้ VP อ่าน ดูแลเอกสาร เป็นคนรัน meeting ที่ทุกคนพูดสิ่งที่ตัวเองพิมพ์ไว้แล้วเมื่อวาน ผมไม่ได้จะใจร้ายนะ งานพวกนี้มีอยู่จริงและมันน่าเบื่อ และต้องมีคนทำ ซึ่งก็เป็นเหตุผลทั้งหมดที่ตำแหน่งพวกนี้ถูกตั้งขึ้นมา ปัญหาคือ "สรุปอินพุตที่คนอื่นสร้างไว้ให้ออกมาสะอาดๆ" มันคือรูปร่างของงานที่ language model ทำได้ดีที่สุดพอดี ส่วน "สร้างอินพุตเอง" คือส่วนที่มันยังทำคนเดียวไม่ได้

แล้วนี่คือความไม่สมมาตรที่พวกชอบโพสต์เรื่องตกงานข้ามไป จะใช้ AI ให้เป็น คุณต้องตรวจมันเป็น ต้องอ่าน diff ออกว่ามันผิด ต้องมองดู migration ที่มันสร้างให้แล้วสังเกตได้ว่ามันไม่มี rollback คนสร้างของมีทักษะนี้อยู่แล้ว มันคือทักษะเดียวกับที่ทำให้เขาเป็นคนสร้างของได้ ส่วนชั้นประสานงานเนี่ย ถูกจ้างมาบนข้อตกลงชัดๆว่าเขาไม่ต้องอ่านโค้ด และตอนนี้เครื่องมือที่ควรจะช่วยเขากลับผลิตของที่เชื่อถือได้ก็ต่อเมื่อคนอ่านโค้ดเป็นเป็นคนตรวจเท่านั้น เขาได้เลื่อยยนต์มาเครื่องนึงแต่คู่มืออยู่ในภาษาที่เขาถูกบอกมาว่าไม่ต้องหัดทั้งชีวิต

program manager ที่ดีไม่ใช่เครื่องอัปเดต status

ใช่ ผมรู้ แต่จากที่เจอมาราวๆ 40 คนตลอดอาชีพ มีสัก 2 คนมั้งที่เป็นแบบนั้น อีก 38 คนเป็นเครื่องอัปเดต status ชัวร์ๆ งานจริงๆที่คุ้มจะจ่ายเงินให้คือการตัดสินใจว่าจะตัดอะไรทิ้ง การออกหน้ารับแทนตอน launch เลื่อน การรู้ว่า "ขอถามนิดนึง" ของผู้บริหารคนไหนคือคำขู่ และการทำให้หกทีมที่เกลียดขี้หน้ากันยอมตกลงวันเดียวกันได้ AI ทำพวกนี้ไม่ได้สักอย่าง มันรับผิดแทนในห้องประชุมไม่ได้ มันตัดสินใจไม่ได้ว่าลำดับงานที่ถูกต้องทางเทคนิคคือลำดับที่ฆ่าตัวตายทางการเมือง การย่องานทั้งสายเหลือแค่ "คอยกดให้หน้า Confluence ยังอุ่นอยู่" คือจินตนาการเก่าแก่ที่สุดของพวกเขียนโค้ด และมันคิดผิดมาตลอดเรื่องคนเก่งๆในตำแหน่งนี้ ผมรู้

งานสายตัดสินใจและกันชนให้ทีมไม่เคยเป็นคนทั้งหมดในตำแหน่งอยู่แล้ว ใต้ program manager ที่เก่งจริงทุกคน มีคนอีกชั้นนึงที่วันทั้งวันคืองานดูแล artifact ทำ rollup ทำ catalog ทำสไลด์ที่เอาสไลด์เดิมมาพูดซ้ำ

พวก "วิศวกรจบเห่แล้ว" เข้าใจกลับหัวกลับหาง เพราะสับสนระหว่างใครเป็นคนสร้างคุณค่ากับใครเสียงดังที่สุดเรื่องการสร้างคุณค่า คนที่ดูออกว่าคำตอบไหนดีกับคำตอบที่ผิดแต่มั่นใจ คือคนที่ AI ทำให้มีค่ามากขึ้น ไม่ใช่น้อยลง คนคนนั้นมักจะเป็นคนนั่งสร้างของ ไม่ค่อยใช่คนที่โพสต์ภาพหรอก

Thoughts

  • sapda_release

    weekly update ที่สรุป standup ที่สรุป Slack thread อีกที อันนี้โดนใจมาก ทีมเก่าผมมี delivery lead ที่งานทั้งสัปดาห์คือเอา message ใน channel release มาเรียงใหม่เป็นย่อหน้าให้ดูเป็นทางการ พอช่วง CI พังหนักๆ flaky test เด้งทุก build คนที่หาสาเหตุคือพวกเราที่อยู่ใน pipeline ส่วนเขาก็เอาสิ่งที่เราพิมพ์ในเธรดไปแปลงเป็น "update for leadership" งานแปลงนั่นแหละที่ language model ทำได้เป๊ะ เพราะวัตถุดิบมันมาจากคนอื่นหมดแล้ว

    Permalink
  • ngan_thi_son

    ที่โพสต์แยกชัดดีคือเส้นระหว่าง "สร้าง input" กับ "จัดรูป input ที่คนอื่นสร้าง" ผมอยากเสริมว่างานจัดรูปแบบนี้มันตกอยู่กับชั้นที่มองไม่เห็นในทีมอยู่แล้ว และในหลายที่มันตกกับผู้หญิงในทีมโดยปริยาย คนที่ถูกคาดหวังให้คอยแปลความคลุมเครือของ stakeholder ให้คนอื่นอ่านรู้เรื่อง พอ AI ทำส่วนแปลความนี้ได้ คำถามที่น่าสนใจไม่ใช่ใครตกงาน แต่คือทีมจะยังให้เครดิตงานแปลความนั้นไหมตอนมันไม่ต้องมีคนนั่งทำแล้ว หรือจะค้นพบทันทีว่ามันไม่เคยอยู่ใน narrative เลื่อนตำแหน่งตั้งแต่แรก

    Permalink
  • roadmap_jing

    ในฐานะคนทำ product มานาน ผมว่าโพสต์นี้ถูกครึ่งเดียวแล้วเอาครึ่งที่ถูกมาเหมาทั้งสาย ใช่ status rollup กับ release notes ที่ไม่มีคนอ่านมันโดน AI กินแน่ ผมก็อยากให้กินด้วยซ้ำ แต่ตัวเลข 38 จาก 40 ที่ว่าเป็นเครื่องอัปเดต status เนี่ย มันคือสิ่งที่วิศวกรเห็นจากเก้าอี้ตัวเอง คุณเห็นเฉพาะตอนผมเดินมาทวมงาน คุณไม่เห็นตอนผมไปนั่งกันไม่ให้ sales รับปากลูกค้าว่า feature นี้เสร็จศุกร์นี้ทั้งที่ทีมคุณยังไม่แตะ งานจริงของตำแหน่งนี้คือตัดสินใจว่าจะตัดอะไรแล้วออกหน้ารับเอง ส่วนนั้น AI ทำไม่ได้ และมันไม่ได้น้อยลงเพราะ AI เขียน function ได้

    Permalink
  • process_diary

    หนูอยู่ชั้น support ที่โพสต์พูดถึงเป๊ะเลย เด็กฝึกงานสาย product ทำ deck ทำ pre-read ส่งให้ผู้บริหารอ่านล่วงหน้า อ่านแล้วเสียวสันหลังนิดๆ เพราะมันจริงในแง่ว่างานหนูคือย่อสิ่งที่คนอื่นคิดให้ออกมาดูเรียบร้อย แต่หนูสงสัยจริงๆว่า ถ้า deck พวกนี้คืองานที่ผู้บริหารอยากให้ "มีคน" ทำเพื่อให้รู้สึกว่ามีคนดูแล AI gen ออกมาเหมือนเป๊ะมันจะแทนได้จริงไหม หรือสุดท้ายเขาก็ยังอยากเห็นหน้าคนในห้องตอนถามคำถามอยู่ดี

    Permalink
  • ni_technic

    จุดที่โพสต์พูดถูกแบบที่หลายคนข้ามคือเรื่องการตรวจ จะใช้ output ของโมเดลให้รอด ต้องอ่าน diff ออกว่ามันผิดตรงไหน ผมเคยเจอ migration ที่ AI gen มาให้สวยมาก index ครบ ตั้งชื่อดี แต่ไม่มี down path เลย คนที่มองปุ๊บแล้วเอะใจตรงนี้คือคนที่ตี on-call มาพอ ไม่ใช่คนที่หน้าที่หลักคือเอา output ไปทำ slide ทักษะตรวจของมันแยกไม่ออกจากทักษะสร้างของ พอลบงานพิมพ์โค้ดออก คนที่เหลือคุณค่าคือคนที่ดูออกว่าของที่ได้มาเชื่อถือได้ไหม ไม่ใช่คนที่เอาของนั้นไป rollup

    Permalink
  • chan_exit_liquidity

    ดูสองฝั่งเถียงกันว่าใครจะโดน AI แทนก่อนนี่ผมขำเบาๆนะ คือทั้ง engineer ที่มี RSU กับ PM ที่ทำ rollup ก็คือคนที่เลือกชีวิตโหมดง่ายทั้งคู่ มีคนมารดน้ำทุกสองสัปดาห์ผ่าน payroll เหมือนกัน ตอนผมหาเงินจ่าย payroll ทีมไม่ทันเมื่อสามปีก่อน ผมเรียนรู้คำว่า impact ในวันศุกร์วันเดียวมากกว่าคณะกรรมการประเมินทั้งบริษัทคุณทั้งปี เถียงกันต่อเลยครับว่าต้นไม้ประดับกระถางไหนจะแห้งก่อนกัน AI หรือเปล่าผมไม่รู้ แต่ที่แน่ๆไม่มีใครในเธรดนี้เคยเซ็น term sheet

    Permalink

Related discussions

  • AI ทำให้แยกวิศวกรเก่งจริงออกจากพวกสร้าง noise ยากขึ้นจริงไหม?

    ได้ยิน feedback แบบเดิมในหลายรูปแบบไม่หยุด “velocity ดีมาก” “ชอบ throughput นะ” “ใช้ AI ได้เก่ง” มองจากข้างนอกมันดูเหมือนงานเดินเยอะขึ้นจริงๆ code review มากขึ้น แตะ ticket มากขึ้น อัปเดตบ่อยขึ้น เมลเยอะขึ้น งานเยอะขึ้น ดีไซน์เยอะขึ้น AI ทำให้รักษาจังหวะแบบนี้ไว้ได้ง่ายโดยไม่ต้องเจอแรงเสียดทานปกติของการเขียน การคิด หรือแม้แต่การลังเล แต่ลึกลงไปในตัวงาน มีปัญหากลืนไม่เข้าคายไม่ออกที่นับวันยิ่งโตขึ้นเรื่อยๆ

  • ยิ่งจูงใจให้ engineer ใช้ AI ยิ่งได้ผลย้อนกลับไม่ใช่หรือ?

    บริษัทจะทำลายเครื่องมือดีๆเกือบทุกอย่างได้ แค่เอา metric ผิดตัวไปแปะกับมัน ในที่ทำงานสิ่งที่สำคัญจริงๆมีอย่างเดียวคือ incentive จะเป็นเงิน สถานะ หรือการเลื่อนตำแหน่งก็ตาม คนทำงานก็ทำตาม incentive ผมกับคุณก็เหมือนกัน แทบทุกคนทำอะไรเพราะมันได้ประโยชน์กับตัวเองหรือคนที่รัก สุดท้ายในที่ทำงานเราเลยลงเอยด้วยการทำสิ่งที่ทำให้เราได้เลื่อนขั้น ได้เงินมากขึ้น ได้ความมั่นคงในงานมากขึ้น เราไม่ใช่เจ้าของบริษัท เราเป็นลูกจ้าง เราดูแลตัวเองก่อน แบบนั้นก็ไม่ผิดอะไร

  • ทำไม management ถึงสั่งให้ทุกคนทำงานแบบ AI-first แต่ตัวเองไม่ใช้ แถมปล่อยให้ทุก process รอบข้างเป็นศัตรูกับมัน?

    สิ่งที่เริ่มทำให้หงุดหงิดไม่ใช่การดัน AI เอง tool บางตัวก็มีประโยชน์จริง ตอนนี้ใช้ทุกวันแล้ว ที่หงุดหงิดคือ management สั่งให้ทำงานแบบ AI-first แต่ปล่อยให้ทุก process รอบข้างเป็นศัตรูกับการใช้ AI แบบเต็มที่ คนถูกสั่งให้เอา AI มาใช้ทั้งเขียน code วางแผน research ร่างงาน debug ดึงความรู้ คุมโปรเจกต์ แต่ความรู้เชิงปฏิบัติครึ่งบริษัทก็ยังฝังอยู่ในบทสนทนาที่ไม่มีใครจดและ…

  • AI กำลังทำให้ผู้บริหารบ้าถึงระดับต้องหาหมอจริงไหม?

    ตอนนี้มีแฟนตาซีของผู้บริหารระบาดอยู่อย่างหนึ่ง คือ AI จะมาแทนคนทำงานได้ ถึงมันจะแทนบางส่วนได้จริง แต่ผู้บริหารกลับมีจินตนาการว่าตัวเองทำงานของลูกน้องเองได้ด้วย AI ว่าตัวเองเขียน code เป็น แค่เปิด dashboard ที่มี agent ตั้งชื่อเรียงกันเต็มไปหมด มองดู task ขยับข้ามช่องไปมา สั่งขออัปเดตด้วยน้ำเสียงเจ้านาย แล้วก็ได้ feature ตามใจชอบ มันเหมือนฝัน โดยเฉพาะตอนเอาไอเดียใหญ่ๆของตัวเองยัดเข้าไป แล้ว AI บอกว่า...

  • AI ลำพังแทนงานออฟฟิศไม่ได้จริง แต่คนที่ใช้ AI เป็นจะแทนเพื่อนร่วมงานได้อีกหลายคนหรือเปล่า?

    คนทำงานออฟฟิศจำนวนมากปลอบใจตัวเองด้วยคำถามที่ผิด เอาแต่ถามว่า AI ทำงานของเราได้ทั้งหมดไหม นั่นไม่ใช่เส้นที่นายจ้างใช้ตัดสิน คำถามจริงคือ output ผลิตได้ถูกพอ ตรวจได้ถูกพอ จนตำแหน่งนั้นเริ่มดูแพงหรือเปล่า ไม่ใช่ว่า AI ทำงานเราได้ครบไหม แต่เป็น "มันเร่งงานได้นานพอจนใช้คนแค่ครึ่งทีมได้หรือเปล่า" เพราะคำตอบของอันนี้ น่าเศร้าที่มันคือใช่